ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลอาญา ได้อ่านคำพิพากษาตัดสินกรณีที่นายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้กระทำผิดคดีอาญาต่างกรรมต่างวาระหลายข้อหา โดยได้พิพากษาจำคุกทุกกระทงรวม 114 ปี แต่ติดจริง 20 ปี โดยคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเนื่องจากว่าอดีตหลวงปู่เณรคำ เป็นอดีตพระดังของประเทศไทย และหลบหนีคดีไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและถูกจับกุมตัวได้ส่งกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่โรงพยาบาลกันทรารมย์ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ยายลอน มนัส อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินวัดป่าขันติธรรมของอดีตหลวงปู่เณรคำ หรือปัจจุบันชื่อวัดสามัคคิยาราม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้เดินทางมาพบแพทย์เนื่องจากป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดัน ได้กล่าวถึงเรื่องที่เณรคำถูกตัดสินจำคุก 114 ปี ว่าเรื่องนี้ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม หลวงปู่เณรคำทำกรรมอะไรไว้ กรรมนั้นก็ย่อมจะติดตามตัวไป และส่งผลกรรมออกมา ได้สวดมนต์ทุกคืนเพื่อแผ่เมตตาให้กับหลวงปู่เณรคำ เพื่อขออย่าให้มีเวรมีกรรมต่อกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามหลวงปู่เณรคำก็มีส่วนดีคือมาสร้างวัดขันติธรรมให้เจริญรุ่งเรืองมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ สร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนเรื่องส่วนตัวของอดีตหลวงปู่เณรคำทำผิดกฎหมายบ้านเมืองเป็นอย่างไรนั้น ตนถือว่าเป็นกรรมของแต่ละบุคคล ที่จะต้องรับกรรมกันไป
ด้านนายถาวร เกษแก้ว กรรมการวัดป่าขันติธรรมเป็นลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำคนหนึ่ง กล่าวว่า ร่วมกับคณะกรรมการวัดได้ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดสร้างวัดป่าขันติธรรมขึ้นมา โดยได้นิมนต์หลวงปู่เณรคำมาเป็นประธานสงฆ์ ซึ่งท่านก็สามารถพัฒนาวัดขึ้นมาจนเจริญรุ่งเรือง ส่วนเรื่องที่ท่านทำผิดกฎหมายบ้านเมืองนั้น เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกรรมที่แต่ละบุคคลก่อขึ้นมา ทุกอย่างเกิดจากกรรมที่ทำไว้ ซึ่งตนจะมองที่ความดีของคนเท่านั้น ส่วนการที่อดีตหลวงปู่เณรคำถูกตัดสินจำคุก 114 ปี เป็นเรื่องกรรมของท่านที่ก่อขึ้นเอง

