หน้าแรก ภูมิภาค สาววัย 34 ป่ว...

สาววัย 34 ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด นอนดับลำพังในกระท่อมร้าง พี่สาวรุดดูร่ำไห้ปริ่มขาดใจ

10.08.18 | 17:23 น.

ชีวิตคนจนสาววัย 34 ปี ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดเรื้องรัง อยู่ลำพัง ดับปริศนาในกระท่อมร้าง!!

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ร.ต.อ. สมบัติ วังวล รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตขึ้นอืดอยู่ในกระท่อมร้าง โดยไม่ทราบสาเหตุ สถานที่เกิดเหตุ ในหมู่บ้านนางเลง หมู่ 5 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น แล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์เวรนิติเวช รพ.กบินทร์บุรี อยู่ใกล้ถนนสายสุวินทวงศ์ (กบินทร์บุรี – นาดี) หรือ สาย 304 ในกระท่อมร้างยกพื้นสูง 2 เมตรข้างโรงสูบน้ำประปาส่วนภูมิภาค อ.กบินทร์บุรี พบผู้ตายเป็นหญิงนอนเสียชีวิตคว่ำหน้าบนที่นอนอยู่ในมุ้งที่กางทิ้งไว้ สภาพศพนุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยการต่อสู้ หรือ ถูกทำร้ายแต่อย่างใด จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมา 4-5 วันแล้ว ร่างกายเริ่มเน่าเฟะหนอนไต่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ส่งกลิ่นเหม็นตลบไปทั่ว


สอบสวนในที่เกิดเหตุเบื้องต้น นายศุภชัยลีปา นางพยอม จำปาทอง แม่ค้าขายข้าวโพดต้มข้างทางถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี – นาดี) ซึ่งเป็นนายจ้างชั่วคราวของผู้ตายบอกว่า ผู้ตายมารับจ้างนั่งขายข้าวโพดต้มแหลมทอง ข้างทาง ก่อนหน้านี้ 4-5 วัน ผู้ตายมาขายข้าวโพดให้และไม่เห็นหน้ามา 3วันแล้ว ถามใครก็ไม่เห็นตัวผู้เสียชีวิต เพราะผู้เสียชีวิตไปๆมาๆในหมู่บ้าน

กระทั่งวันนี้มาเรียกมีคนมาเรียกดูที่กระท่อมที่ผู้เสียชีวิตมักมาอาศัยพักผ่อนชั่วคราวได้และกลิ่นเหม็นจึงแจ้งตำรวจและกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) มาตรวจสอบ ในเวลาต่อมานายสุวรรณ สมเคาะห่วง และ น.ส. รัตนา สมเคาะห่วง พ่อและพี่สาว ทราบข่าวจากพลเมืองดี จึงได้เดินทางมาขอดูศพผู้เสียชีวิต น่าจะเป็นน้องสาวของตน จากการตรวจค้นบนกระท่อมพบกระเป๋าถือของผู้หญิงสีดำภายในพบบัตรประจำตัวประชาชนผู้เสียชีวิตคือนางสาว ต้องตา สมเคาะห่วง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

Advertisement

นางรัตนากล่าวว่า น้องสาวป่วยมีโรคประจำตัว ติดเชื้อในกระแสเลือด สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากผู้ตายป่วยเรื้อรัง เป็นเหตุให้เสียชีวิตเอง ญาติไม่ติดใจเอาความใดๆ

เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป