เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 สิงหาคม ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ภลาง, พ.ต.ท.อนุกูล หนูเกตุ รองผกก.(สอบสวน), พ.ต.ท.ณฐาภพ พงศาปาน รอง ผกก.สส., เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และนางสาวชญานิตย์ ทองขาว พนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) สาขาย่อยถลาง แถลงผลการจับกุมนายสมบัติ พูลประสาท อายุ 37 ปี ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนปทุมธานี ผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ในธนาคารดังกล่าว โดยกล่าวหาว่า กระทำผิดฐาน “ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือให้พ้นจากการจับกุม พาอาวุธปืนไปในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย เงินสดจำนวน 320 บาท (ทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุและเหลือจากการใช้จ่าย) รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกูปปี้ไอสีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กข -8963 ภูเก็ต จำนวน1 คัน อาวุธปืนอัดลม จำนวน 1 กระบอก หมวกกันน็อกที่ใช้สวมใส่จำนวน 2 ใบเสื้อ กางเกงที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุจำนวน 1 ชุด และรองเท้าที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุจำนวน 1 คู่ โดยผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุคนร้ายเข้าไปชิงทรัพย์ในธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาย่อยถลาง ดังกล่าว ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.ธีรพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้ไดโดยเร็ว จนกระทั่งทางชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจภูธรถลาง และเจ้าหน้าที่ทหาร ชป.รส.25 ได้ร่วมกันติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยการตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี จนกระทั่งทราบที่พักของคนร้าย จึงได้เข้าตรวจสอบและพบของกลางที่ให้ในการก่อเหตุทั้งหมด แต่ไม่เจอตัวคนร้าย พบเพียงภรรยา จึงได้ให้โทรศัพท์ไปติดต่อเพื่อให้เข้ามอบตัว
“จากการสอบสวนเบื้องต้นคนร้ายให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากตกงานมาเป็นเวลา 2 ปี และประสบปัญหาเดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ได้จ่ายหนี้ผ่อนบ้านมาเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งผ่อนชำระกับธนาคารอาคารสงเคราะห์สาขาดังกล่าว และยังให้การยอมรับด้วยว่า เป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณหน้าหมู่บ้านพนาสนธิ์ลิพอน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ได้สร้อยคอทองคำไปครึ่งเส้น และไม่กล้านำไปขายเนื่องจากกลัวเจ้าหน้าที่จับกุมได้ โดยทางผู้เสียหายได้มีการแจ้งความไว้แล้วด้วย ก่อนจะมาก่อเหตุดังกล่าว” พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย กล่าว
พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนปัญหาอื่นๆ นั้นคงจะต้องมีการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมอีกครั้ง และขอขอบคุณจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่สามารถสืบสวนติดตามจนจับกุมคนร้ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยของธนาคารนั้น หลังจากนี้ก็อาจจะต้องมีการเรียกประชุมเพื่อวางแนวทางเพิ่มเติมจากที่มีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
ด้านนางสาวชญานิตย์ ทองขาว พนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาย่อยถลาง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุตนกับพนักงานอีกคนให้บริการอยู่ที่เคาน์เตอร์ตามปกติ ระหว่างนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินผ่านประตูเข้ามา และได้ยินเหมือนมีสิ่งของกระแทกกับประตู ซึ่งตอนนั้นเข้าใจว่าเป็นพนักงานไปรษณีย์ และทางพนักงานรปภ.ของธนาคาร คือ นายพงษ์สวัสดิ์ สอนสุข เห็นว่าไม่ถอดหมวกกันน็อคจึงเข้าไปบอกให้ถอดแต่คนร้ายกลับล็อคคอ รปภ.และใช้อาวุธปืนข่มขู่ เห็นดังนั้นตนก็ตัดสินใจก้มลงและกดสัญญาณเตือนภัย จากนั้นคนร้ายก็หันกระบอกปืนมายังพนักงานงานอีกคนบังคับให้เอาเงินในลิ้นชักใส่กระเป๋าที่เขาเตรียมมา ก่อนจะหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเงินที่ได้ไปนั้นเป็นเงินสดที่ลูกค้านำมาฝากในช่วงเช้าที่ผ่านมา


