หน้าแรก ภูมิภาค ห้วยสำราญ-ห้ว...

ห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ สู่บ้านไม้ดอกแปลงใหญ่

14.08.18 | 20:32 น.

บ้านห้วยสำราญ ม.9 บ้านห้วยเจริญ ม.16 ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ มีพื้นที่ปลูกมากกว่า 645 ไร่ ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานแห่งหนึ่ง มาวันนี้เกษตรกรทั้งหมดตอบรับเป็นเกษตรแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ ยกระดับผลิตไม้ดอกป้อนตลาดตลอดปี และเปิดสวนดอกไม้รับนักท่องเที่ยวปีแรกในช่วงต้นฤดูหนาวที่จะถึงนี้

ช่วงก่อนกลางเดือนสิงหาคม 2561 นายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ เกษตร จ.อุดรธานี นำสื่อมวลชนอุดรธานี สัญจรไปที่หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ “บ้านห้วยสำราญ-บ้านห้วยเจริญ” ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีเพียง 10 กม.เศษ ไปตามถนนอุดรธานี-หนองบัวลำภู เดิมเป็นชุมชนเกษตรกรรมน้ำฝน ทำไร่ ไถนา ทำสวน ฤดูแล้งมีแรงงานก็อพยพไปต่างถิ่น ส่วนหนึ่งเลือกไปขายแรงงานถาวร ในปี 2523 มีเกษตรกรนำดอกเบญจมาศ สายพันธ์มูเซอ (ดอกเดี่ยว) มาปลูกสร้างรายได้ ทำให้มีเกษตรกรผู้สนใจปลูกบ้าง แต่เป็นแบบต่างคนต่างปลูก ผลผลิตคุณภาพยังไม่ดีเท่าที่ควร

สนง.เกษตรอำเภอเมือง ร่วมกับนิคมสร้างตนเองฯ เข้ามาส่งเสริมด้านวิชาการ จัดหาสายพันธุ์ดี สายพันธุ์ต่างประเทศ และศึกษาดูงาน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ก็พัฒนาต่อเนื่อง เวลาผ่านไปกว่า 38 ปี ที่นี่กลายเป็นแหล่งปลูกไม้ดอก มะลิร้อยมาลัย มาลัยดอกพุด ดอกดาวเรือง กุหลาบร้อยมาลัย ดอกคัตเตอร์ ไม้ตัดใบ และไม้อื่นๆ ป้อนตลาดตลอดทั้งปี ส่วนดอกเบญจมาศ 12 สายพันธุ์ จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดช่วง พ.ย.-เม.ย. ส่งขายจังหวัดในอีสาน สปป.ลาว และปากคลองตลาด รวมมากกว่าปีละ 350 ตัน

นายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ เกษตร จ.อุดรธานี กล่าวว่า ช่วงที่เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ได้มีส่วนเข้ามาส่งเสริมปลูกดอกไม้ ที่บ้านห้วยเจริญ-ห้วยสำราญ ได้สัมผัสการพัฒนาใกล้ชิด เห็นแรงงานไปทำงานต่างถิ่น กลับมาปลูกดอกไม้ที่บ้าน เห็นผลผลิตมีคุณภาพถูกสั่งซื้อ และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เมื่อกลุ่มยุวเกษตรกรบ้านห้วยสำราญ ได้รับรางวัลดีเด่นระดับประเทศ เข้ารับพระราชทานรางวัลในวันพืชมงคล ปี 2544 ไม้ดอกที่นี่เติบโตมากตอนนั้น

“ที่นี่เป็นชุมชนที่สะสมวิถีชีวิต เกื้อหนุนในการปลูกไม้ดอก-ไม้ประดับ ให้สามารถผลิตไม้ดอก ไม้ใบ และไม้ต่างๆ แล้วต่อยอดให้มีการร้อยมาลัย มาลัยกร ช่อดอกไม้ และดอกไม้-มาลัยพิธีต่างๆ ตอบสนองสังคมวิถีพุทธ และสังคมที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนการเปลี่ยนตัวเองเป็นนักขาย โดยการรวมตัวเป็นเกษตรแปลงใหญ่ จะเป็นการยกระดับการผลิต ให้สามารถป้อนสู่ตลาดทั้งปี ด้วยคุณภาพสินค้าปลอดภัย หรือ จีเอ็มพี” นายฐานวัฒน์กล่าว

Advertisement

นายบุญแถม ยอดแก้ว ประธานหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับห้วยสำราย-ห้วยเจริญ กล่าวว่า ยังมีเกษตรกรที่ปลูกดอกไม้ไม่ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มบางส่วน โครงการเกษตรแปลงใหญ่ จะทำให้เกษตรกรมาช่วยกันมากขึ้น โดยกิจกรรมหลักๆ ที่จะทำกัน ก็มีการทำเกษตรปลอดภัย การปลูกไม้ตัดดอกโดยเฉพาะเบญจมาศตลอดทั้งปี และการสร้างแปลงดอกไม้เพื่อการท่องเที่ยวบริเวณอ่างฯ ลำปลาค้าว ด้านหลังโรงเรียนบ้านห้วยสำราญ

“ปกติเกษตรกรจะปลูกดอกเบญจมาศ เพื่อตัดดอกขายเฉพาะในเดือน พ.ย.-เม.ย. ขณะนี้เริ่มทดลองปลูกให้ออกดอกก่อน โดยการสร้างหลังคามุงพลาสติกใส ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ไปคลุมแปลงปลูกดอกเบญจมาศ ในขณะนี้หรือช่วงฤดูฝน ตอนนี้ต้นเบญจมาศเริ่มมีตาดอกแล้ว เป้าหมายคือการปลูกตลอดทั้งปี โดยหลังคาจะมีอายุใช้งานราว 7 ปี ส่วนแปลงใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว กำลังทยอยปลูกไปบ้างแล้ว ซึ่งแปลงนี้จะไม่ตัดดอกขาย” นายบุญแถมกล่าว

นายหวังชัย แก้วบับภา อดีตผู้นำกลุ่มยุวชนเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ กล่าวว่า เยาวชนยุคที่ได้รางวัลอายุมากขึ้น เราเห็นการเติบโตการปลูกไม้ดอกที่นี่ ตั้งแต่วันแรกๆ มาถึงวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก การที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุน จึงเชื่อว่าการปลูกเบญจมาศ ตัดดอกขายทั้งปีจะเป็นไปได้ เกษตรกรจะต้องช่วยกันครั้งใหญ่ นำเอาวิทยาการใหม่ๆ มาปรับใช้ ให้เกิดเป็นวิธีมาตรฐานของที่นี่

อดีตที่นี่ มีเพียงลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน พอถึงฤดูแล้งน้ำก็เหือดแห้งไป ชาวบ้านต้องกั้นลำธารเป็นช่วงๆ ตลอดเส้นทางไหลผ่าน เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ จนเกิดเป็น “หนองกกดู” จากนั้นจึงเกิดมีสระน้ำไร่นา บ่อน้ำบาดาล มาหล่อเลี้ยงชีวิตคน-ดอกไม้ที่นี่ สำหรับ “อ่างเก็บน้ำลำปลาค้าว” น้ำ 3.9 แสน ลบ.ม. มีไว้หล่อเลี้ยงพื้นที่โดยรอบ และสำรองในฤดูแล้งมากๆ

วันนี้ที่นี่…ชาวบ้านกำลังร่วมกับขับเคลื่อนครั้งใหญ่อีกครั้ง