เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 ส.ค. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ รอง ผบก.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ทูน เดชคุณมาก ผกก.สภ.คลองห้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนางสาวเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี อยู่ ม.7 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนปืนจำนวน 4 นัด และรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าแจ๊สสีขาวหมายเลขทะเบียน ญผ 395 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ในการก่อเหตุยิงบ้านของนายบรรพจน์ ยังเจริญ อายุ 46 ปี ตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานกลาง(ศาลแขวงปทุมวัน) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า จากกรณีที่มีคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงบ้านนายบรรพจน์ ยังเจริญ และทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายนั้น ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 ได้สั่งการลงมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายให้ได้เพราะเป็นการกระทำโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จากการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลอง 5 และเจ้าหน้าที่สืบสวนภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่สืบสวนจังหวัดปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวที่อยู่ในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุโดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าแจ๊สสีขาวหมายเลขทะเบียน ญผ 395 กรุงเทพมหานคร ต้องสงสัยที่ขับมายิงปืน เข้าไปในบ้านผู้พิพากษาไว้ได้
โดยภายในกล้องวงจรปิดของชาวบ้านและที่ อบต.คลองเจ็ด สามารถจับภาพก่อนเกิดเหตุและการตรวจสอบรถดังกล่าวเป็นของนายตรี จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนางสาวเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 37ปี มูลเหตุเกิดจากความหึงหวงสามีคือนายตรี(นามสมมุติ) เจ้าของรถด้วยคู่กรณีคือนางสาวลัย(นามสมมุติ) เป็นน้องภรรยาของนายบรรพจน์ ที่เคยรู้จักสนิทกับนายตรี ได้ส่งคลิปวิดีโอให้นายตรี และนางสาวเอ๋ เห็นคลิปดังกล่าวจึงเกิดความหึงหวงต่อมา ในวัน เวลาที่เกิดเหตุนางสาวเอ๋ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าแจ๊สสีขาวหมายเลขทะเบียน ญผ 395 กรุงเทพมหานคร ของสามีและได้เอาอาวุธปืนไปยิงบ้านของนายบรรพจน์ ได้รับคามเสียหายดังกล่าว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรีไปค้นบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 5 อยู่ติดกับ อบต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้นได้พบกับนายตรี ซึ่งเป็นสามีของนางสาวเอ๋ และได้ตรวจยึดอาวุธปืนสั้น 4 กระบอก ปืนยาว 4 กระบอก พร้อมทั้งจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบอีกครั้งว่าได้นำไปก่อคดีใดมาหรือไม่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสาวเอ๋ (ผู้ต้องหา)ที่ก่อในครั้งนี้ 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะหรือในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 4.ทำให้เสียทรัพย์


