เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายสมศักดิ์ หอมเพียร กำนัน ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ก่อนนี้บ้านห้วยบง หมู่ 7 ต.ป่าเซ่า เป็นแหล่งเลี้ยงวัวและควายมากที่สุดใน จ.อุตรดิตถ์มีมากกว่าถึง 874 ตัว แต่ปัจจุบันจำนวนวัวควายของบ้านห้วยบงลดลงมากถึง 50 % หรือเหลือเพียง 413 ตัวเท่านั้น เหตุที่ทำให้ปริมาณวัวควานลดลงมากก็เป็นผลมาจากการเข้าไปขอใช้ประโยชน์บนที่ดินของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งจำนวน 2,500 ไร่ และอีกหลายหน่วยงาน รวมทั้งการเข้าไปบุกรุกยึดครองเพื่อใช้ประโยชน์บริเวณในบังกะโล่ จากพื้นที่ของบึงกะโล่ก่อนที่จะมีการขอใช้ประโยชน์และบุกรุกมีมากกว่า 7,500 ไร่เศษ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3,000 ไร่เศษเท่านั้น เมื่อมีการขอใช้ประโยชน์และเข้าไปทำการบุกรุกยึดครองก็มีการกันแนวเขตหวงห้ามไม่ให้เข้าไปใช้เพื่อใช้เลี้ยงวัวเลี้ยงควายอีกต่อไป ส่งผลทำให้พื้นที่ที่จะเลี้ยงวัวควายลดน้อยลงอย่างต่อเนื่องทุกวัน
“ส่วนหนึ่งที่ทำให้ที่ดินสาธารณะประโยชน์บริเวณในบึงกะโล่ลดน้อยลงทุกวันนั้น เกิดจากนโยบายจัดสรรที่ดินให้กับผู้ยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกิน ให้มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดสรรที่ดินก็ไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาทั้ง การจัดสรรที่ดินอย่างไม่ถูกต้อง การยึดครองที่ดินจากเอกชนซึ่งไม่ใช่คนที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับ ก็ทำการจัดสรรให้ไม่ และที่สำคัญผลกระทบต่อความรู้สึกด้านจิตใจของชาวบ้านที่ร่วมกันอนุรักษ์ แต่ปัจจุบันหน่วยงานราชการกลับเข้าไปทำการบุกรุกเสียเองเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง และยังปล่อยให้มีการบุกรุกโดยไม่ดำเนินการอะไร เชื่อว่าสักวันวัวควายจะไม่มีที่กินหญ้ากินน้ำก็คงขายหรือไม่ก็สูญพันธุ์ไปจากหมู่บ้านก็เป็นได้” นายสมศักดิ์กล่าว

