เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายกว่า 100 คน ร่วมแถลงข่าวเตรียมยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อยืนยันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงในการะบวนการมีส่วนร่วม ทรัพยากร และสุขภาพ ในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตร ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหนังสือไม่ให้ชุมนุมไม่ให้ไปยื่น หลังตัวแทนชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือเพื่อแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธรตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา
นางมะละจิตร เอกตาแสง อายุ 57 ปี กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย กล่าวว่า พี่น้องกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเพียงแค่อยากไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เพื่อขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นการมีส่วนร่วม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ซึ่งเรื่องนี้ทางกลุ่มเคยยื่นกับทางจังหวัดแล้วครั้งหนึ่งและมีหนังสือตอบกลับมาว่าทางจังหวัดไม่มีอำนาจในการแต่งตั้ง ทำให้กลุ่มอยากจะฟังเหตุผลว่าทำไมจังหวัดถึงไม่มีอำนาจตัดสินใจแต่งตั้งคณะทำงานฯ ทั้งๆที่ชาวบ้านกำลังจะเดือดร้อนจากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานน้ำตาลที่กำลังจะเกิดขึ้นใกล้กับบ้านในรัศมี 5 กิโลเมตร และเชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถที่จะแต่งตั้งคณะทำงานฯได้ โดยก่อนที่ชาวบ้านจะเตรียมไปยื่นหนังสือทางศาลากลางจังหวัดวันนี้ ก็ได้ทำหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธรเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่กลับมีหนังสือจากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดยโสธรไม่ให้ชุมนุมตามที่แจ้ง ซึ่งทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่พอใจมากเพราะเราทำตามกฎหมายมาตลอด
นายสิริศักดิ์ สะดวก อายุ 39 ปี ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย กล่าวว่า ยังยืนยันที่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงในประเด็นการมีส่วนร่วม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ และอยากเข้าไปยื่นหนังสือที่ศาลากลางจังหวัดเพื่ออยากทราบว่าทางจังหวัดจะมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงานหรือไม่แค่นั้นเอง แต่พอมีหนังสือจากทางสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธรไม่ให้ชุมนุมชาวบ้านก็เกินข้อสงสัย เพราะว่าชาวบ้านออกมาปกป้องชุมชน ชาวบ้านออกมาปกป้องสิทธิชุมชน กลับถูกกีดกันไม่ให้ไปยื่นหนังสือที่ศาลากลาง ทั้งๆที่ตัวแทนชาวบ้านก็ได้ทำหนังสือแจ้งการชุมนุมไปแล้ว ตาม พรบ.การชุมนุมสาธารณะ โดยการชุมนุมสาธารณะของกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำเซบายเพื่อเสนอข้อเรียกร้องในเรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่เป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรตามที่ได้ยื่นแจ้งการชุมนุมต่อท่าน
“เป็นการใช้เสรีภาพการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 44 และพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 บัญญัติรับรองคุ้มครองไว้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 (3) ที่บัญญัติรับรองให้บุคคลและชุมชนมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการใดอันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือชุมชน หรืองดเว้นการดำเนินการใดอันจะกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างสงบสุขของประชาชนหรือชุมชนด้วย ซึ่งการชุมนุมจะมีวัตถุประสงค์หรือข้อเรียกร้องเป็นประการใดนั้นย่อมเป็นสิทธิของประชาชนในการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว แต่ในวันนี้ทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายจะไม่ไปยื่น แต่ทางอำเภอป่าติ้วได้ส่งตัวแทนมาเจรจาและรับหนังสือจากทางกลุ่มโดยทางกลุ่มเสนอขอให้ทางผู้ว่าราชการลงมาพื้นที่เพื่อพูดคุยเรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานฯโดยชาวบ้านยังให้เวลา 7 วัน”นายสิริศักดิ์กล่าว



