ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการสอบสวนโรคพิษสุนัขบ้าในกระบือว่า พบข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าตกใจว่า นอกจากกระบือ 4 ตัวในพื้นที่ 2 หมู่บ้านที่ติดเชื้อพิษสุนับบ้าเสียชีวิตแล้ว ที่หมู่ 3 และ หมู่ 18 ตำบลกาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และยังพบว่ามีกระบืออีก 1 ตัว ในพื้นที่ ต.กาบเชิง โดยเป็นของชาวบ้านรายหนึ่ง ในหมู่บ้านศรีพระจันทร์ หมู่ 11 ต.กาบเชิง ซึ่งทราบในเบื้องต้นว่า เจ้าของควายที่เสียชีวิตดังกล่าวได้มอบควายให้ลูกเขย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานนายหนึ่งในพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง นำไปชำแหละรับประทาน เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะนำไปชำแหละรับประทานกับเพื่อนทหารพรานที่กองร้อยทหารพรานในพื้นที่ อีกทั้งยังทราบในภายหลังอีกว่า กระบือที่เสียชีวิตตัวดังกล่าวมีอาการขากรรไกรแข็ง ร้องโหยหวนและมีน้ำลายออกจากปากก่อนเสียชีวิต จึงเชื่อว่าควายน่าจะติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จึงทำให้ต้องเร่งสำรวจสืบสวนต่อว่าทหารพรานคนดังกล่าว ได้นำควายไปชำแหละที่ใดและแบ่งให้ใครนำไปรับประทานบ้าง ซึ่งจะได้เร่งประสานกับทางกองร้อยทหารพรานดังกล่าว ขอให้นำตัวมาฉีดวัคซีนป้องกันอย่างเร่งด่วน
ล่าสุด เมื่อวันนี้ 15 สิงหาคม ที่โรงพยาบาลกาบเชิง พบว่าเจ้าหน้าที่ได้เชิญ จนท.ทหารราบในพื้นที่ ซึ่งสัมผัสกับสุนัขที่ถูกสุนัขติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจากฝั่งประเทศกัมพูชา เข้ามากัดภายในฐานปฏิบัติการ มาทำการสอบสวนโรค พร้อมกันนี้ยังมีทหารพรานจากกองร้อยต่างๆ ในพื้นที่ ที่นำเนื้อควายที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าไปชำแหละแบ่งกันรับประทาน รวมทั้งชาวบ้านที่ร่วมกินด้วยบางส่วน เข้ามารับการตรวจและฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานนำควายไปชำแหละแบ่งกันรับประทานนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนโรคพบว่ามีกลุ่มเสี่ยงเพิ่มอีกจำนวนกว่า 60 ราย และกลุ่มเสี่ยงสูง 13 ราย ซึ่งในกลุ่มนี้ได้ชำแหละและกินดิบ จะต้องได้รับการฉีดเซรุ่มเพิ่มอีกด้วย ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งประชาสัมพันธ์และติดตามผู้สัมผัสและกินเนื้อควายที่ติดเชื้อสุนัขบ้าให้มารับวัคซีนครบทั้งหมดโดยเร่งด่วน
สำหรับควายทั้ง 4 ตัวที่เสียชีวิต ประกอบด้วย ตัวที่ 1 เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ มีอาการเจ็บขาและเป็นควายที่อายุมากแล้ว เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 ก.ค.61 เป็นควายของนายบัวเลิศ ชัยชะนี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู่ 3 ต.กาบเชิง ชาวบ้านชำแหละกิน แต่ไม่ทราบว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ , ตัวที่ 2 เป็นควายของนายประสิทธิ์ สายรัด อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 18 ต.กาบเชิง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ส.ค.61 เวลา 16.00 น.อาการทุรนทุราย จึงนำไปฝัง แต่ไม่ได้ตรวจ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนตัวที่ 3 และตัวที่ 4 เป็นควายของนายใจเพชร หาทรัพย์ โดยตัวที่ 3 มีการตัดหัวไปตรวจสอบเชื้อพบติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแต่ชาวบ้านได้ชำแหละแบ่งกันกินก่อนที่จะทราบผล และอีกตัวหลังทราบว่าตัวที่กินมีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จึงนำไปฝัง ซึ่งเสียชีวิตวันเดียวกัน เวลา 07.00 น.และ 18.00 น.ของวันที่ 10 ส.ค.61 และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้มีการสอบสวนโรค พบเพิ่มอีก 1 ตัวเสียชีวิตในเวลาใกล้กัน มีอาการคล้ายกัน ซึ่งญาติให้มอบให้ทหารพรานทำไปชำแหละแบ่งกันกิน โดยไม่ทราบว่าเป็นควายที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า รวมในพื้นที่ขณะนี้พบควายตายแล้ว 5 ตัว และยังมีวัวที่ตายไม่ทราบสาเหตุอีกตัวในพื้นที่ ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเป็นวัวของใคร เสียชีวิตด้วยอาการอย่างไรและมีใครกินแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ ชาวบ้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ไปสัมผัสและนำเนื้อไปบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ตรวจสอบพบแล้ว รวมทั้งถึง 249 ราย มารับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 200 ราย
ด้าน อส.ทหารพราน นายหนึ่ง เปิดเผยว่า พวกตนชำแหละควายที่บริเวณป่าห้วยด่าน ต.ด่าน เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นก็แจกจ่ายแบ่งกันกินหลายฐาน ทั้งทหารพรานและทหารเกณฑ์ ส่วนใหญ่จะกินสุก ส่วนตนและเพื่อนกินดิบ ทั้งกินตับหวานกับเหล้าขาว ทำเสือร้องไห้กิน จึงมาฉีดยาวันนี้ ซึ่งผู้ที่กินดิบหมอให้ฉีดเซรุ่มป้องกันด้วย ซึ่งแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ ชำแหละ กินดิบ และกินสุก
นายสุรพงษ์ ดุลดียิ่ง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 12 ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งทำงานอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ตรงข้ามตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง และเป็นผู้ที่ได้รับประทานเนื้อควายที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ากับ จนท.อส.ทหารพราน ในพื้นที่ เปิดเผยว่า ได้ถูกชักชวนจากพี่น้องอาสาสมัครทหารพรานที่อยู่บริเวณแนวชายแดน เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ให้มาร่วมกินเนื้อควาย ซึ่งปรุงสุกด้วยการย่างกิน และพึ่งทราบข่าวเมื่อเช้า หลังมีคนไปแจ้งว่าควายที่กินนั้นติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จึงรู้สึกตกใจมาก จึงรีบเดินทางมาขอรับการฉีดวัคซีนดังกล่าว เพราะรู้สึกกลัวและรักชีวิตตัวเองเช่นกัน จึงรีบมาฉีดในวันนี้

