จากเหตุการณ์ที่ฝนตกหนักจนเป็นเหตุให้เกิดดินสไลด์ ในพื้นที่หมู่บ้านวังกะ หมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จนเป็นเหตุให้มีบ้านเรือนราษฎร จำนวน 12 หลัง ได้รับผลกระทบ โดยทางเทศบาลตำบลวังกะได้นำป้ายมาติดประกาศเป็นพื้นที่อันตรายห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี ได้เรียกประชุมเพื่อหาทางแก้ไข โดยเบื้องต้นได้ให้ นายปกรณ์ น้อยเกตุ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังกะ ประกาศให้ชาวบ้านทั้ง 12 ครอบครัว อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยดินสไลด์ พร้อมทั้งจะเร่งนำเรื่องเสนอ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อประสานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี เข้ามาตรวจสอบพร้อมออกแบบกำแพงคอนกรีต เพื่อเป็นแบบให้เทศบาลฯ หรือ อบจ.กาญจนบุรี เข้ามาดำเนินการ โดย นายพัฒนา ราชกรม ผอ.กองช่าง เทศบาลตำบลวังกะ ระบุว่า พื้นที่ที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างกำแพงคอนกรีต มีความยาวประมาณ 180 เมตร สูงประมาณ 10-15 เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านทั้ง 12 ครอบครัว โดยรับปากจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
วันนี้ 15 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 788 หมู่ 2 ซึ่งเป็นของ นางอาภรณ์ สิทธิวงษา 1 ใน 12 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ โดยพบว่า นางอาภรณ์ ได้ขนย้ายสิ่งของบางส่วนไปไว้ที่บ้านแม่ ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ภายในบ้านยังคงเหลือไว้แต่สิ่งของจำเป็น เช่น เสื้อผ้า เครื่องครัว ทีวี เป็นต้น โดย นางอาภรณ์ กล่าวว่า เนื่องจากช่วงกลางวันตนยังคงต้องกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ นอกจากคืนไหนที่ฝนตกหนัก ตนและลูกจึงจะไปอาศัยนอนที่บ้านแม่ร่วม คุณตา พ่อ แม่ กับน้องๆ และหลาน ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้กว่า 6 ชีวิต โดยทิ้งให้สามีเป็นคนนอนเฝ้าบ้านเพียงลำพัง
เช่นเดียวกับ นายสมเจตน์ งามเลิศสว่างวงศ์ เจ้าของร้านเหล็กดัด ที่มีบ้านซึ่งเปิดเป็นร้าน บริเวณพื้นที่ด้านล่างซึ่งได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ลงมากองจนกำแพงบ้านในส่วนที่เป็นห้องน้ำและห้องครัวเสียหาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจย้ายในตอนนี้ เนื่องจากยังมีงานที่ต้องเร่งทำส่งลูกค้า อีกทั้งหากย้ายในช่วงนี้จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มในเรื่องค่าเช่าห้อง ประกอบกับดินที่สไลด์ลงมาก่อนหน้านี้เริ่มหยุด แม้จะมีฝนตกลงมา ตนจึงขอดูเหตุการณ์อีกสักระยะ หากมีฝนตกหนักจนดินสไลด์เพิ่มขึ้น ตอนนั้นก็คงจะต้องตัดสินใจอีกที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การต้องหาที่อยู่ใหม่ แม้เป็นเพียงช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนจนกว่าจะผ่านพ้นฤดูฝนไป แต่สำหรับหลายครอบครัวเป็นปัญหาที่หนักใจไม่น้อย เนื่องจากจะต้องมีแบกรับภาระในเรื่องค่าเช่าที่พัก อีกทั้งครอบครัวส่วนใหญ่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ที่มีสมาชิก 6-8 คน ทั้งเด็กเล็ก และคนชรา จึงเป็นเรื่องที่ทำให้มีผลต่อการดำเนินชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวที่ต้องออกไปจากบ้านที่เคยอยู่อาศัย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งหามาตรการช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย หากต้องการให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยดินสไลด์ในระหว่างที่รอการดำเนินการแก้ปัญหาของทางราชการ

