หน้าแรก ภูมิภาค ม็อบต้านเขื่อ...

ม็อบต้านเขื่อนท่าแซะบุกพบผู้ว่าฯ ชุมพรรอบ 2 วอนยุติข่มขู่คุกคามชาวบ้าน

16.08.18 | 19:22 น.

กรณีที่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 มีกลุ่มชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กว่า 200 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อขอให้รัฐบาลและจังหวัดชุมพร ยกเลิกการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ ที่ฝ่ายสนับสนุนการก่อสร้างกำลังจะเสนอต่อ ครม.สัญจรที่ชุมพร ระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม 2561 แต่นายวิบูลย์เดินทางไปราชการที่กรุงเทพฯ กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะจึงประกาศจะเดินทางกลับมาพบนายวิบูลย์อีกครั้งในวันที่ 16 สิงหาคม 2561 นั้น

ช่วงบ่ายวันที่ 16 สิงหาคม 2561 กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะได้เดินทางมาพบนายวิบูลย์ตามที่ประกาศไว้ โดยนายวิบูลย์ได้ลงมาพบผู้ชุมนุม ซึ่ง น.ส.บุญเลือง สุขัง อายุ 63 ปี หนึ่งในผู้ชุมนุมได้ปรี่เข้าจะสวมกอดนายวิบูลย์ แต่นายวิบูลย์ได้ห้ามไว้ จากนั้น น.ส.บุญเลืองได้กล่าวว่า ตนมีบ้านและที่ดินอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ มี นส.3 ก. กว่า 10 ไร่ ทำกินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2501 แต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐ 8 คน เข้าไปรังวัดและขุดหลุมปักเสาในที่ดินของตนโดยอ้างว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวได้ถูกเวนคืนแล้วเพื่อจะทำเป็นประตูระบายน้ำ ซึ่งตนไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน ตนพยายามห้ามปราม แต่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ไม่ฟัง ยังคงขุดหลุมปักเสาปูนในที่ดินของตนหลายต้น จากนั้นมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวว่าตนรับเงินค่าเวนคืนที่ดิน 10 ล้านบาท จนมีคนมาขอยืมเงินหลายราย ทั้งที่ตนยังไม่เคยได้รับค่าเวนคืนเลย จึงไม่กล้านอนที่บ้านเพราะกลัวความไม่ปลอดภัย และมาขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าฯ ชุมพร


ต่อจากนั้น แกนนำได้อ่านแถลงการณ์ขอยุติโครงการเขื่อนท่าแซะ ที่ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และละเมิดมติคณะรัฐมนตรี 15 มกราคม 2551 ที่ให้ชะลอโครงการเอาไว้ก่อน พร้อมทั้งกล่าวโจมตี คณะกรรมการร่วมเอกชนสามสถาบันจังหวัดชุมพร (สภาอุตสาหกรรม หอการค้า ชมรมธนาคาร) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดชุมพรที่กำลังผลักดันโครงการเขื่อนท่าแซะเข้าสู่ ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม 2561 ที่ จ.ชุมพร ขอให้นักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจ นักฉกฉวยโอกาสเพื่อประโยชน์ของตนเองหยุดผลักดันการสร้างเขื่อนท่าแซะ หยุดอ้างเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วม โดยไม่สนใจการมีส่วนร่วมละการตัดสินใจบนฐานข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการ ขอให้หยุดข่มขู่ คุกคาม ชาวบ้าน และหยุดละเมิดมติ ครม.เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 ที่ห้ามมิให้กรมชลประทานดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเขื่อนท่าแซะที่จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน 500 ครอบครัว และจะทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ด้านทิศเหนือ จำนวน 3,570 ไร่ และน้ำจะท่วมพื้นที่เกษตรกรรม 5,000 ไร่ อีกทั้งแนวสันเขื่อนตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของเปลือกโลก (แนวแผ่นดินไหว) ที่ยังมีพลังคือ รอยเลื่อนระนอง ที่ทำให้เป็นเขื่อนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดของประเทศไทย กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะขอยืนยันที่จะคัดค้านการสร้างเขื่อนท่าแซะอย่างถึงที่สุด