เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ร้อยโทโรมรัน ศรีวงษ์ชัย ผู้รับมอบอำนาจและผู้เสียหายกรณีการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินหมู่บ้านราชธานีคลองหลวง ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่เป็นธรณีสงฆ์ จึงได้ติดตามความคืบหน้าและผลดำเนินการชดเชยค่าสินไหมทดแทน จำนวน 48 ราย ที่ได้ยืนเอกสารพร้อมค่าเสียหาย 277 ล้านบาท ที่กรมที่ดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
หลังจากที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกรณีหมู่บ้านจัดสรรบนที่ดินอัลไพน์ เป็นที่ดินธรณีสงฆ์วัดธรรมมิการามวรวิหาร โดยชาวบ้านจำนวน 48 ราย ได้ยืนเอกสารพร้อมค่าเสียหาย 277 ล้านบาท ต่อมากรมที่ดินได้มอบอำนาจให้จังหวัดปทุมธานีดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดชอบทางละเมิดเพื่อดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วผลการพิจารณาเป็นประการใดจะได้แจ้งให้ทราบ จนเวลาล่วงเลยมานานพอสมควร ชาวบ้านที่เดือดร้อนยังไม่ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการจากจังหวัดปทุมธานีในเรื่องดังกล่าวแต่ประการใด กลับได้รับหนังสือจากกรมที่ดิน ขออนุมัติขยายเวลาการพิจารณาคำขอให้ชดเชยค่าสินไหมทดแทนออกไปอีก 180 วัน ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ติดตามสอบถามความคืบหน้าจากสำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี สาขาคลองหลวงหลายครั้ง แต่ถูกพนักงานฯ บ่ายเบี่ยงตลอดมา โดยอ้างว่าเอกสารและพยานบุคคลมีจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามเวลาที่กำหนด
ด้าน ร.ท.โรมรัน ศรีวงษ์ชัย อายุ 67 ปี ผู้รับมอบอำนาจและผู้เสียหายกรณีการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินหมู่บ้านราชธานี กล่าวว่า สืบเนื่องจากจากการที่ได้ซื้อที่ดินด้วยความสุจริตโดยที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ จึงได้ร้องเรียนร้องทุกข์กับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2560 จนถึงปัจจุบันใกล้จะครบ 1 ปี ก็ยังเงียบ ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด วันนี้ตนเองและตัวแทนชาวบ้านได้เดินทางไปพบกับผู้บริหารระดับสูงของกรมที่ดิน เบื้องต้นได้รับคำชี้แจงว่า ทุกอย่างจะต้องได้คำตอบภายในวันที่ 21 ธันวาคม 2561 โดยทางกรมที่ดินจะสรุปให้ว่าความเดือนร้อนของพวกเรา จะเข้าข่ายชดเชยหรือไม่ชดเชย หากได้รับค่าชดเชยจะได้เท่าไร หรือผลออกมาไม่ชดเชยพวกเราซึ่งเป็นชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและมีความเดือดร้อยจะมีแนวทางทำอย่างไรต่อไป
นายธีระ ชีพธำรง อายุ 60 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่เดือดร้อน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือทางโครงการยังคงประกาศขายบ้านภายในหมู่บ้านอยู่ ผู้อยู่อาศัยที่รู้ปัญหาบางส่วนก็ประกาศขายบ้านตัวเอง ก็เป็นห่วงประชาชนที่เข้ามาอยู่ใหม่ จะมีสิทธิร้องเรียนหรือไม่ เพราะว่าเขาอาจจะเข้ามาซื้อโดยที่พวกเขาไม่รู้ข้อมูลข่าวสาร แต่ทางภาครัฐหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตีความว่าพวกเขาเหล่านั้นรู้และทราบถึงปัญหาทั้งหมดแล้ว ไม่นับเป็นกลุ่มผู้ร้องเรียนเหมือนกับกลุ่มเก่า และอาจจะไม่ได้รับการปกป้องจากใครเลย ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรมที่ดิน ซึ่งสำนักงานที่ดินควรจะสลักหลังโฉนดว่าที่ดินดังกล่าวยังมีปัญหาข้อพิพาทกันอยู่

