เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายวรพล ปุ่นนอก อายุ 60 ปี ชาว ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าว อ้างถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต สาขา อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ กลั่นแกล้ง ตามตรวจค้นรถตู้ท่องเที่ยวของตัวเองนับสิบครั้ง ทั้งที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแม้แต่ครั้งเดียว พร้อมกับโดนยัดเยียดข้อกล่าวหาลักลอบนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศโดยไม่เสียภาษี และโดนปรับข้อหามีบุหรี่ในครอบครองโดยไม่เสียภาษี เป็นจำนวนเงิน 24,806.40 บาท ทั้งที่ครอบครองบุหรี่ไม่เกิน 500 กรัม ซึ่งไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
นายวรพลกล่าวว่า เป็นผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยว ซึ่งจะนำนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามไปที่ประเทศกัมพูชา บริเวณด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ เป็นประจำ ช่วง 2 ปีมานี้ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต อ.ประโคนชัยตรวจค้นรถตู้ถึง 7 ครั้ง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร กระทั่งล่าสุดขับรถจาก จ.สุรินทร์ มาถึง อ.ประโคนชัย มีสรรพสามิตขอตรวจค้นรถและพบบุหรี่ต่างประเทศที่นักท่องเที่ยวซื้อมาคนละ 1-2 ห่อ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีบุหรี่จำนวน 7 คน รวมทั้งตนด้วย โดยที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ระบุว่าแจ้งข้อหานำเข้าบุหรี่ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมตัวทั้ง 7 คนไปที่สำนักงานสรรพสามิต อ.ประโคนชัย ระหว่างที่เจรจากัน หัวหน้าสรรพสามิตได้เรียกร้องเงินกว่า 34,000 บาท เพื่อต่อรองไม่ต้องเอาเรื่อง แต่ตนไม่ยอมและได้ต่อรองอยู่นาน กระทั่งตกลงว่าจะยอมเสียค่าปรับเป็นเงิน 24,806.40 บาท เพราะไม่อยากให้นักท่องเที่ยวต้องเสียเวลา แต่เจ้าหน้าที่กลับเขียนปรับในข้อหามีบุหรี่ในครอบครองโดยไม่เสียภาษี ซึ่งเป็นคนละข้อหาที่เจ้าหน้าที่อ้างในที่เกิดเหตุ โชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวได้บันทึกคลิปวิดีโอไว้หมดแล้ว
“หลังร้องเรียนสำนักงานสรรพสามิตภาค 3 ได้แจ้งว่าอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย ต้องใช้เวลากว่า 2 เดือน หลังจากนั้นรถถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต อ.ประโคนชัยพยายามดักตรวจค้นรถอีก ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะทำให้นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถของตนเองเริ่มไม่เชื่อมั่นและลดน้อยลง จึงต้องมาร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม เพราะรู้สึกว่าขณะนี้ถูกคุกคามและไม่ปลอดภัย เกรงว่าวันใดวันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น โดยขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะนำไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตกลุ่มนี้ คาดว่าน่าจะแจ้งความได้ในสัปดาห์หน้า”

