เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ได้เกิดเพลิงไหมอย่างรุนแรง ที่อาคาร ล๊อค บี 1 ตลาดเทศบาล 3 ภายในบริเวณตลาดโรงเกลือ อ. อรํญประเทศ จ. สระแก้ว ต้นเพลิงเกิดจากร้าน นากาต้า ทึ่จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ และ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ของพ่อค้าคนไทย ในตลาดอรัญประเทศ จากนั้นเพลิงได้ลุกลามไปยังห้องข้างเคียง ที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าแบรนเนม พวกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ชุดกีฬา และเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี ทำให้เพลิงลุกลามไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนเผาหลาญอาคารบี 1 ไปเรือยๆ และลุกลามไปยัง อาคาร บี 2 ที่อยู่ติดกัน ระหว่างที่ไฟกำลังลุกไหม้ ได้เกิดเสียงระเบิด ดังสนั่น เป็นระยะ คาดว่าน่าจะเกิดจากการระเบิดของถังแก๊สหุ้งต้ม

หลังเกิดเหตุ ได้มีรถดับเพลิงจาก เทศบาลเมืองอรัญประเทศ เทศบาลตำบลป่าไร่ เทศบาลตำบลวัฒนานคร และ จาก องค์กรปกครองท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียง ระดมเข้าไปฉีดน้ำ เพื่อสกัดเพลิง แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ เนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปยังจุดที่เกิดเพลิงไหม้ได้ เพราะเป็นช่องทางที่แคบ จึงทำได้เพียงระดมฉีดน้ำอยู่ด้านนอก เท่านั้น นอกจากนั้นอาคารล๊อค บี ทั้งหมด ยังมีหลังคาคลุม ช่องทางเดิน ตลอดแนว ความยาวของอาคาร ที่เชื่อมติดต่อกับอาคารอื่น ๆ จึงปิดกั้น น้ำที่ฉีดเข้า จนไม่สามารถ พุ่งไปถึงบริเวณที่กำลังเกิดเพลิงไหมได้ อย่างทั่วถึง และยังไม่ทราบสาเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้

พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวกัมพูชา ในตลาดโรงเกลือว่า มีเหตุไฟไหม้ ที่ตลาดโรงเกลือ อาคาร บี จึงประสานกับกู้ภัยสว่างเที่ยงธรรม อรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นจึงประสานกับ มทบ.19 ฝ่ายปกครอง อำเภออรัญประเทศ หน่วยดับเพลิง เทศบาลเมืองอรัญประเทศ เทศบาลตำบลป่าไร่ เทศบาลตำบลท่าข้าม เทศบาลตำบลบ้านด่าน และเทศบาลตำบลฟากห้วย ระดมรถดับเพลิง ไม่ต่ำกว่า 10 คัน ช่วยดับเพลิง ที่กำลังลุกไหม้อาคาร ซี ดังกล่าว ในที่เกิดเหตุ เพลิงไหม้เป็นอาคาร ชั้นเดียว กั้นเป็นล็อก ๆ ให้เช่าขายสินค้าจำพวกเสื้อผ่า ผ้าห่ม อะไหล่ รถยนต์ จำพวกยางรถ เป็นต้น ในขณะที่ชาวกัมพูชาที่เช่าอาคารประกอบการค้า เมื่อตกเย็นจะปิดร้านเดินทางกลับไปฝั่งกัมพูชาและจะเดินทางกลับเข้ามาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น
จากการดับเพลิงของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากบริเวณทางเข้าอาคารแคบมาก ดังนั้นการนำรถดับเพลิงเข้าไปค่อนข้างลำบาก และการดับเพลิงผ่านไปแล้วกว่าชั่วโมง ไม่มีทีท่าว่าไฟจะดับ จากนั้น จึงได้ประสานกับเทศบาลเมืองอรัญประเทศ นำรถแบคโฮ จำนวน 2 คัน มาทำการทุบอาคาร ที่บริเวณด้านข้างออก เพื่อกันไฟ ไม่ให้ลุกลามไปบริเวณอาคารห้องเช่าห้องอื่น
การดับเพลิงต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงไฟจึงสงบ และจากการสำรวจความเสียหาย ที่เกิดจากไฟไหม้ กว่า 15 คูหา ส่วนมูลค่าความเสียหาย คาดว่าไม่ตำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ แต่คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลักวงจร

