หน้าแรก ภูมิภาค รวบคาวัด! อดี...

รวบคาวัด! อดีตหลวงตารับทำร้ายเณรจริง เผยโมโหเณรดื้อ-ใช้ท่อนไม้ฟาด ผปค.เอาเรื่องถึงที่สุด

19.08.18 | 18:47 น.

ความคืบหน้ากรณีสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ หรือเณรดิว อายุ 9 ขวบ บวชจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.ลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ถูกทำร้ายร่างกายจนอาการสาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อ.เมืองกาญจนบุรี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีหลวงตาศุภชัย สุทธิญาโน อายุ 64 ปี พระลูกวัดเดียวกัน ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ผู้ลงมือก่อเหตุนั้น (อ่านข่าว เณร 9 ขวบโคม่าแพทย์ยื้อชีวิตรอพ่อมาดูใจ ด้านตร.คุมตัวหลวงตาผู้ต้องสงสัยสอบ)

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (19 ส.ค.) ร.ต.อ.อำนาจ จันทร์บุตร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลูกแก จ.กาญจนบุรี ได้เดินทางไปที่วัดเกิดเหตุ พร้อมด้วยนางสุกัญญา ตุ้นฮิ้น อายุ 33 ปี แม่สามเณรดิว พร้อมควบคุมหลวงตาศุภชัย สุทธิญาโน ท่ามกลางญาติของสามเณรดิว และประชาชนที่ทราบข่าวเดินทางไปดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก จากนั้น ร.ต.อ.อำนาจได้นำตัวหลวงตาศุภชัยไปให้เจ้าอาวาสทำการสึก ก่อนนำตัวไปสอบปากคำต่อที่ สภ.ลูกแก

เบื้องต้น อดีตหลวงตาศุภชัย หรือนายสุภชัย บุญลักขะ อายุ 64 ปี ชาว ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ให้การรับสารภาพว่าได้ทำร้ายสามเณรวัฒนพลจนได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง โดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งกลับจากรับกิจนิมนต์ข้างนอก เมื่อมาถึงวัดแม่ชีได้มาฟ้องว่า สามเณรวัฒนพลดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง จึงได้ทำโทษด้วยการใช้ไม้ตี ซึ่งที่ผ่านมาเคยใช้ไม้ตีเพื่อสั่งสอนอยู่หลายครั้ง เนื่องจากสามเณรวัฒนพลมีนิสัยซุกซน ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง แต่ในวันเกิดเหตุตนเกิดความโมโหมาก จึงเกิดบันดาลโทสะและพลั้งมือใช้ท่อนไม้ตีไปหลายครั้ง จนกระทั่งสามเณรวัฒนพลได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป

Advertisement

ขณะที่สามเณรคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนกับสามเณรดิว ซึ่งบวชเรียนมาด้วยกัน และอยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุเณรดิวไม่สบายอยู่ก่อนแล้ว โดยหลวงตาศุภชัยทำโทษด้วยการให้เณรดิวเข้าไปนั่งในกะละมังที่มีน้ำเต็มอยู่ นานประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างนั้นก็จะเรียกให้เณรดิวลุกขึ้นมาแล้วก็ตี ตีเสร็จก็ให้ลงไปนั่งแช่ในกะละมังอีก สลับกันอยู่อย่างนี้ จากนั้นได้สั่งให้ลุกขึ้นมาเป่าพัดลม แล้วก็เรียกไปตี ซึ่งขณะนั้นเวลาประมาณ 17.00 น.เศษ ใกล้เวลาจะทำวัตร จากนั้นก็ขึ้นไปบนวัดเพื่อสวดมนต์ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 18.35 น. โดยหลวงตาห้นั่งสมาธิก่อน แต่หลวงตาไม่นั่ง และก็เดินลงมา พร้อมกับถามเณรดิวว่าไปรังแกน้องทำไม แต่เณรดิวตอบกลับว่าไม่ได้รังแก หลวงตาจึงผลักเณรดิวโดยคางไปโดนกับขอบเสา จนคางแตก และก็สลบไป แต่หลวงตานึกว่าเณรดิวแกล้งสลบ จึงยกตัวเณรดิวขึ้นแล้วก็ทุ่มร่างลงกับพื้น ทำให้หัวไปกระแทกกับพื้น จนเณรดิวแน่นิ่งไป

“จากนั้นหลวงตาให้แบกร่างเณรดิวขึ้นไปข้างบน ขณะที่หลวงตาก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด และมารู้อีกทีหนึ่งว่าเณรดิวอยู่โรงพยาบาลแล้ว สำหรับสาเหตุที่หลวงตาลงมือทำร้ายเณรดิวในครั้งนี้ เนื่องจากเณรดิวไปแกล้งน้อง แต่ก่อนหน้านี้เณรดิวก็พยายามจุดไฟจะเผาวัดหลายครั้ง และบางครั้งก็จุดไฟจะเผาตนและเณรคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังขโมยเงินหลวงตาอีกด้วย”

ด้านนางสุกัญญา ตุ้นฮิ้น แม่ของเณรดิว เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลูกแก และจากสภาพที่เห็นลูกครั้งแรกต้องตกใจอย่างหนัก เนื่องจากพบร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ศีรษะบวม คางแตก และหมดสติ อาการเป็นตายเท่ากัน โดยแพทย์ระบุว่ามีโอกาสรอดน้อยมาก สำหรับเณรดิว บุตรชาย บวชเณรภาคฤดูร้อน เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งตนไม่ค่อยไปหาเณรบ่อยนัก ล่าสุดที่ไปหาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากตนทำงานรับจ้าง ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า อดีตหลวงตาศุภชัยเป็นคนทำ เพราะที่ผ่านมาจะพบเห็นเณรดิวถูกอดีตหลวงตาศุภชัยทำโทษด้วยการตีเป็นประจำ และยังเคยถูกตีที่ก้นจนเป็นแผลฉกรรจ์

“ครั้งนี้อดีตหลวงตาศุภชัยทำรุนแรงเกินกว่าเหตุไปมากถึงขนาดแขนหัก รับไม่ได้ และได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ลูกแก ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ อายุ 9 ขวบ ยังอยู่ในอาการโคม่า และทรุดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใด