เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายอภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางมาที่ศูนย์ควบคุมเรือยอร์ชจังหวัดภูเก็ต (PYCC : Phuket Yacht Control Center) เพื่อติดตามความคืบหน้าการกู้เรือฟินิกซ์ จากสถานการณ์เรือล่มเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 โดยมี นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พลเรือโท สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต, พ.ต.อ.ภคยศ ทนงศักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรฉลอง และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานข้อมูล
นายวีระศักดิ์กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในวันนี้ ส่วนที่ 1 เพื่อลงมาติดตามความคืบหน้าการกู้เรือฟินิกซ์ ซึ่งเป็นวัตถุพยานที่สำคัญของคดี อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้คลื่นลมใต้น้ำยังแรงอยู่ จึงยังไม่สามารถกู้เรือฟินิกซ์ขึ้นมาได้ ส่วนที่ 2 คือมีโอกาสมาประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ตลอดจนหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะรับทราบหลังภาวะที่เราได้ดูแล ทั้งในเรื่องของการค้นหา การช่วยเหลือ ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนเรื่องของการเยียวยา ยังเหลือเฉพาะอีกเพียง 1 ราย ที่ยังให้เลขที่บัญชีมาไม่ตรง ทำให้เงินเยียวยาที่ทางรัฐบาลและบริษัทประกันภัยจะส่งให้นั้นยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ได้มีการสื่อสารทำความเข้าใจกับกงสุลใหญ่ของจีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจ่ายเงินเยียวยาจะดำเนินการได้เรียบร้อยภายในเร็ววันนี้
“ด้านการจัดพิธีบำเพ็ญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตครบรอบ 49 วัน ทางจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการในวันที่ 22-23 สิงหาคมนี้ เรื่องการติดตามเกี่ยวกับคดี ซึ่งทางเจ้าพนักงานสอบสวนได้เพิ่มจำนวนเจ้าพนักงานสอบสวนเพิ่มขึ้นเป็น 102 คน ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีเจ้าพนักงานที่จะสามารถทำงานลงรายละเอียดได้อย่างจริงจัง ครบถ้วน ในทุกประเด็น ด้านการทบทวนซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ใช้อำนาจ กอ.รมน.เป็นกฎหมายความมั่นคง และกฎหมายทางด้านป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ในการมากำกับดูแลควบคุมสั่งการใน 24 ท่าและน่านน้ำในพื้นที่ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการใช้มาตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ในวันนี้ได้มาทบทวนว่า การดำเนินการดังกล่าวมีทิศทางเป็นที่น่าพึงพอใจหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบสอดคล้องตรงกันทั้งภาคเอกชนและภาคราชการที่เกี่ยวข้องว่า ทิศทางนั้นถูกต้องแล้ว และวันนี้ได้มีการทบทวนเพิ่มเติมว่า ถ้าเป็นในช่วงที่จำนวนนักท่องเที่ยวมีไม่ได้มากเหมือนในช่วงไฮซีซั่น มีอะไรที่จะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมหรือไม่ ก็จะได้มีการทบทวนแผน แต่ทิศทางนั้นถูกต้องแล้ว” นายวีระศักดิ์กล่าว

นายวีระศักดิ์กล่าวต่อว่า มาตรการอื่นเพิ่มเติม เช่น กรณีเรือฟินิกซ์ หรือเซเรเนต้าที่ล่มนั้นไม่ใช่เพราะขาออกไป แต่เป็นขากลับมาจากเกาะต่างๆ หรือที่หมายอื่นๆ ซึ่งบรรดาเกาะหรือที่หมายเหล่านั้นไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่มาก่อน ดังนั้น ยังเป็นประเด็นที่จะต้องไปดูแลเพิ่มเติม ซึ่งจะได้มีการสื่อสารเพิ่มเข้าไปอีก แต่อย่างน้อยที่สุดให้ทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่อยู่ได้รับรู้ว่า ขณะนี้การควบคุมและการลงทุนเพื่อที่จะดูแลเรือขาออกจากฝั่งไปนั้นมีความชัดเจนแล้ว คาดว่าภายในไม่เกินเดือนพฤศจิกายนนี้ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองจะมีความครบถ้วนเพียงพอในการประกาศความมั่นใจได้เต็มที่ ซึ่งสาระสำคัญทุกฝ่ายมีความเห็นว่ามาตรการความปลอดภัยต่างๆ เป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการ และขณะนี้มาตรการมีความก้าวหน้าเป็นอย่างดี
“ขอขอบคุณทีมงานในพื้นที่ ทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคสื่อสารมวลชนที่ให้การสนับสนุนมาอย่างดีมาตลอด และจะทำให้กระบวนการก้าวไปสู่เป้าหมายในการทำให้การท่องเที่ยวทางน้ำยืนยัน ปลอดภัยได้ตามมาตรฐาน 100% จะได้เกิดขึ้นได้ในอนาคตที่จะถึงนี้ สิ่งที่เราจะต้องระมัดระวังคือ การนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับความคืบหน้าของสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากเหตุการณ์เรือฟินิกซ์ล่ม ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่ชัดเจน ขอให้ทุกภาคส่วนระมัดระวังการให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศได้” นายวีระศักดิ์กล่าว


