เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท องค์การบริหารส่วนตำบลเทพนิมิต ตำบลเทพนิมิต อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ได้มีชาวบ้านร่วม 100 คน นำโดย นายประสิทธิ์ เส็งม่วง ผู้ใหญ่บ้านบ้านสามขา หมู่ 8 ตำบลเทพนิมิต พากันมาร้องขอให้มีการไกล่เกลี่ยช่วยระงับข้อพิพาท ปัญหาถูกปิดกั้นถนนเข้าวัดสามขา โดยต่างพากันถือป้ายข้อความ “ปิดกั้นทางไม่ให้เดิน ไปทำบุญที่วัดสามขา ทำไมๆๆ” “ขอคืนทางเข้าวัดสามขา” “ขอความเป็นธรรมให้คืนทางเข้าวัดสามขา” “ทางใช้ประโยชน์มา 50 ปี กลับแอบอ้างว่าศาลสั่งให้ปิด” โดยมี นางอรุณี จุลเจริญ นายอำเภอบึงสามัคคี และเจ้าหน้าที่ปกครอง พ.ต.อ.สืบพงษ์ กลิ่นสุคนธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบึงสามัคคี ร.ท.อนันต์ การะเกด หัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อยบึงสามัคคี และนายกริชชัย สุขสารี นายกองค์บริหารส่วนตำบลเทพนิมิต ร่วมรับฟังเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดังกล่าว
โดยนายประสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งตนและ นางสาวศุภางค์ มีหนองแขม อายุ 35 ปี อยู่บ้านสามขา เลขที่ 19 หมู่ 8 ตำบลเทพนิมิต เจ้าของที่ที่มีปัญหาครอบครองที่ดินด้วยเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. ส่วนทางเข้าวัดสามขาเดิมประชาชนใช้ร่วมกันในลักษณะที่สาธารณะประโยชน์ มีขนาดกว้าง 5 เมตร ยาวจากปากทางไปถึงทางเข้าวัด 92.50 เมตร ซึ่งนางสาวศุภางค์เจ้าของที่ ได้ตกลงขายที่ดิน ให้กับคณะกรรมการหมู่บ้านสามขา เป็นจำนวนเงิน 5 หมื่นบาท ตามสัญญาซื้อขายลงวันที่ 19 เมษายน 2561 รวมเป็นที่ดินกว้างเพิ่มขึ้นมาอีก 2 เมตร เป็น 7 เมตร ยาว 92.50 เมตร โดยเงินผ้าป่าของวัดสามขา โดยเอกสารหลักฐานที่ทำต่อทางราชการพร้อม และต่อมาเจ้าของที่ดินกลับบิดพลิ้วไม่กระทำตามข้อตกลง ไม่ยอมไปจดทะเบียนที่ดินให้เป็นทางภาระจำยอมตามบันทึกข้อตกลง โดยทางคณะกรรมการหมู่บ้านก็ได้ติดต่อมาตลอดพยายามทวงถามให้รีบดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนที่ดินเป็นทางภาระจำยอมต่อสำนักงานที่ดินอำเภอบึงสามัคคี แต่ก็เพิกเฉยไม่ยอมดำเนินการให้แต่อย่างใด จนทางคณะกรรมการหมู่บ้านต้องฟ้องต่อศาลเป็นคดี ขออาศัยบารมีเป็นที่พึ่ง ซึ่งจะมีการตัดสินความกันในวันที่ 22 ตุลาคมนี้
ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งเป็น “วันพระ” ทางเจ้าของที่ดินได้นำไม้ไผ่มาทำเป็นที่กั้นเส้นทางเข้าวัดสามขา โดยเขียนข้อความว่า “ขอสงวนสิทธิ์ ไม่มีกิจห้ามเข้า” ซึ่งชาวบ้านเห็นแล้วเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าเข้าไปทำบุญที่วัด เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการบุกรุก และทางเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอ้างว่า “ศาลสั่งให้ปิด” จึงได้ยกขบวนพากันมาร้องขอความเป็นธรรมให้ไกล่เกลี่ย ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เกรงว่าจะเกิดเรื่องบานปลาย กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ให้เกิดความรุนแรงในชุมชนขึ้นได้ โดยช่วยกันหาทางออกในเรื่องดังกล่าว
นางอรุณีเปิดเผยว่า จะได้ลงไปในพื้นที่เพื่อไกล่เกลี่ยกับเจ้าของที่ดินดังกล่าวก่อนในเบื้องต้น เพื่อขอให้เปิดทางให้ชาวบ้านได้ใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจ เป็นเส้นทางทำบุญ วัดสามขา การดำเนินการด้านความยุติธรรม และการดำเนินการด้านการบริหาร ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าถนนที่ดังกล่าวเป็นสาธารณะจริง ถูกใช้ร่วมกันมาเป็นเวลานาน ทางชาวบ้านต้องร่วมทำประชาคม ทางอำเภอก็จะส่งเรื่องไปดำเนินการในระดับจังหวัด เมื่อชัดเจนก็จะมีหนังสือออกให้การรับรองเป็นเรื่องเป็นราว ประสานทางที่ดินให้มาจัดการรังวัดให้เป็นที่เรียบร้อย และทางเจ้าของที่ได้นำไม้ไผ่ที่พาดขวางไว้ออกไปก่อนในเบื้องต้น

