เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายแสน ศรีงาม ประมงจังหวัดกระบี่ ได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่ ม.3 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ว่ามีกุ้งทะเลขึ้นชุกชุม จึงมอบหมายให้ นายศักดา สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านประมง พร้อมด้วยนางสาวณัฐธิดา จุฑามาตย์ นักวิชาการประมง นายวิทธวัช ไขยบุญ เจ้าพนักงานประมง และนางจิราภร รัตนพรหม ประมงอำเภออ่าวลึก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเล เขต 3 ประจำเรือตรวจประมงทะเล 223 และเรือยาง 13 รวมเจ้าหน้าที่จำนวน11นาย เข้าตรวจสอบ
พบบริเวณอ่าวแหลมแตง เขตรอยต่อ ม.3 ต.เขาคราม อ.เมือง และ ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก พบกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจำนวนกว่า 60 ลำ ได้นำเรือหางยาว ทำการประมงโดยใช้เครื่องมือแหทอดจับกุ้งที่กำลังโผล่อย่างชุกชุมอยู่ในทะเลกันอย่างครึกครื้น จากการตรวจสอบ เรือบางลำชาวประมงสามารถจับกุ้งหัวเรียว ได้ประมาณ 70-100 กิโลกรัม มีรายได้เฉลี่ย 3,000-8,000 บาท
นายอนุศักดิ์ บุตรหมัน อายุ 31 ปี ชาวประมง กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าบริเวณดังกล่าวกุ้งขึ้นชุกชุม จึงได้นำแหออกมาจับ ได้กว่า 70 กิโลกรัม มีรายได้ประมาณ 6,000 บาท และหลังจากที่ทางประมงจังหวัดกระบี่ ได้ทำการกวาดล้างรื้อถอนโป๊ะ เครื่องมือประมงผิดกฎหมายออกจากทะเล ก็ได้ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งกุ้ง หอย ปูปลา ทำให้ชาวประมงมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยกุ้งหัวเรียวได้ชุกชุมมา 2 วันแล้ว
นายแสน ศรีงาม ประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า กุ้งหัวเรียว เป็นกุ้งทะเลที่มีขนาด ใหญ่ มีขนาดตั้งแต่ 2-4 นิ้ว ประมาณ 40 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งพบในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภออ่าวลึก และเหนือคลอง ในปีนี้นอกจากบริเวณช่วงรอยต่ออำเภออ่าวลึกแล้ว บริเวณปากน้ำกระบี่ ก็พบจำนวนมาก ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นติดต่อกันมาทุกปี โดยกุ้งทะเล หรือกุ้งหัวเรียว จะพบมากในช่วงระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน แต่ปีนี้กุ้งเข้ามาเร็วขึ้น คาดว่าเกิดจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหลังฝนหยุดตก คลื่นลมสงบ กุ้งหัวเรียวจะรวมกันเป็นกลุ่มก้อน อาศัยตามชายฝั่ง สาเหตุที่มีปริมาณมากขึ้น เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ
ที่ผ่านมามีการบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านเฝ้าระวังการทำการประมงผิดกฎหมายในเขตทะเลชายฝั่งกระบี่ ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ในช่วงฤดูปลามีไข่วางไข่ และกรมประมง ได้ขยายระยะเวลาปิดอ่าวฝั่งอันดามัน จาก 2 เดือน เป็น 3 เดือน ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีเวลาเติบโต และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทำให้ชาวประมงชายฝั่งสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้น โดยไม่ต้องออกทะเลไปไกลๆ


