หน้าแรก ภูมิภาค ทช.ศรีสะเกษ เ...

ทช.ศรีสะเกษ เร่งหาสาเหตุสะพานคอนกรีตสร้างเสร็จ 2 เดือนทรุดตัว

21.08.18 | 19:12 น.

ความคืบหน้ากรณีเกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องนานหลายวันติดต่อกันในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ระดับน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติและลำห้วยสำราญที่ไหลมาจากเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย – กัมพูชา ด้าน อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ มีระดับน้ำสูงขึ้น โดยกระแสน้ำได้กัดเซาะใต้ฐานรากสะพาน ตับที่ 7 ของสะพานข้ามห้วยแฮด โครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทล.226 – ถนนเฉลิมราชย์ 60 ปี อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ทำให้เกิดการทรุดตัวบริเวณกลางสะพาน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานข้ามห้วยแฮด โครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทล.226 – ถนนเฉลิมราชย์ 60 ปี อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายศศิวิศว์ เงาสุมาตย์ หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมงานก่อสร้าง ทางหลวงชนบทที่ 3 สำนักก่อสร้างทาง กรมทางหลวงชนบท และคณะได้เดินทางมาตรวจสอบสภาพของสะพานที่ทรุดตัวลง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ฐานรากของสะพานได้มีการทรุดตัวประมาณ 40 เซนติเมตร และฐานรากแตกร้าวบางส่วน ทำให้ด้านบนของบริเวณกลางสะพานทรุดลงประมาณ 30 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ได้นำเอาถังน้ำมันและนำเอาป้ายมาทำการปิดกั้นสะพานเอาไว้ไม่ให้ประชาชนใช้ในการสัญจรไปมา เนื่องจากเกรงว่า อาจจะเกิดอันตรายได้ พร้อมทั้งได้นำเอาวัสดุอุปกรณ์มาเตรียมพร้อมสำหรับใช้ในการซ่อมแซมสะพานอย่างเร่งด่วน


 

นายศศิวิศว์ เงาสุมาตย์ หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมงานก่อสร้าง ทางหลวงชนบทที่ 3 สำนักก่อสร้างทาง กรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า สะพานแห่งนี้ ทำการก่อสร้างเมื่อช่วงปี 2559 และได้ทำการก่อสร้างเสร็จเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2561 มีความยาวประมาณ 180 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างเฉพาะตัวสะพานเป็นเงิน 14 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่า ช่วงประมาณวันที่ 20 ส.ค. มีการพบว่า สะพานทรุดตัวลง ซึ่งคาดว่าเกิดจาการกัดเซาะของน้ำที่ไหลเชี่ยวในช่วงน้ำหลาก โดยขณะนี้ได้มีการแจ้งให้ บริษัท เอกชัยอุบล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการรับเหมาก่อสร้างให้ดำเนินการมาตรวจสอบและเสนอแนวทางรูปแบบในการแก้ไขซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว เนื่องจากว่า สะพานแห่งนี้มีระยะเวลารับประกัน 2 ปี ซึ่งนายช่างที่เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างแห่งนี้ ได้เสียชีวิตไปประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว นายช่างคนที่มารับงานใหม่จะต้องส่งเรื่องนี้ไปยังกรมทางหลวงชนบาทเพื่อให้พิจารณาสั่งการในการดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนต่อไป

Advertisement

นายศศิวิศว์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของการสร้างสะพานแห่งนี้ทราบว่า ได้มีการแก้ไขแบบแปลนในการก่อสร้าง เนื่องจากว่าการก่อสร้างสะพานแห่งนี้อยู่ใกล้กับสะพานและรางของการรถไฟ จึงหวั่นเกรงอันตรายหากว่ามีการตอกเสาเข็มตอม่อสะพาน ดังนั้น จึงได้มีการแก้แบบเปลี่ยนไปเป็นวิธีการเจาะดินเพื่อหล่อเสาเข็มตั้งแทนการตอกเสาเข็ม ซึ่งทางหน่วยเหนือจะได้มีการส่งนายช่างที่ชำนาญการมาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายน 2561 ให้สะพานสามารถใช้งานได้ตามปกติต่อไป