วันที่ 21 สิงหาคม นางอัมพวัน วรรณโก ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะลงพื้นที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เพื่อตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาถนนขึ้นภูทับเบิก กม.9+300 ถึง กม.10+650 ทางหลวงหมายเลข 2331 โจ๊ะโหวะ-อุทยานฯภูหินร่องกล้า เกิดการทรุดตัวหนักและยังมีการสไลด์เคลื่อนตัวของมวลดินกินบริเวณกว้าง โดยมีนายกิตติพันธ์ ปานจันทร์ ผอ.สำนักทางหลวงที่ 6 และนายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผอ.แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 รายงานสรุปถึงการทรุดตัวของถนนดังกล่าว รวมถึงการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์เรื่องน้ำซึมลงในชั้นดิน การทุรดตัวของถนน จุดสไดล์ของดินและการขุดเจาะสำรวจชั้นดิน รวมทั้งการติดตั้งป้ายปิดทางและป้ายแจ้งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน
โดยนางอัมพวันกล่าวว่า ทางกระทรวงฯได้รับรายงานถึงการทรุดตัวของถนนเส้นนี้ระยะทางราว 1 กิโลเมตรเศษ และทางแขวงฯอยู่ระหว่างการศึกษาถึงการสไลด์ของชั้นดิน โดยเฉพาะมีการขุดเจาะสำรวจสภาพชั้นดินเพื่อดูว่าสภาพหน้าดินเป็นอย่างไรมีความแข็งแรงมั่นคงขนาดไหน เพื่อศึกษาออกแบบซึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาไม่ใช่เคสปกติที่ดินสไลด์ลงมากองบนดิน แต่ที่นี่เป็นการสไลด์ของดินทั้งแถบ ส่วนการทรุดตัวในปัจจุบันซึ่งทางแขวงฯมีการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงพบว่าการทรุดตัวเริ่มคงที่แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป
“สภาพดินของที่นี่เนื่องจากเป็นภูเขาหินและมีหินก้อนใหญ่อยู่ซึ่งระหว่างช่องจะที่ดินเลนอยู่ ซึ่งจากการที่ในตกหลักลงมาทำให้ดินอุ้มน้ำไว้มากและเกิดการสไลด์ลงมา โดยเฉพาะบริเวณก็มีประวัติการสไลด์ของดินมายาวนานแล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวช่วงนี้ก็ขอความร่วมมือ ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทนเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคน”นางอัมพวันกล่าวและย้ำอีกว่า “ส่วนการซ่อมแซมคงต้องใช้ระยะเวลาเพราะเป็นเคสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จำเป็นต้องเจาะสำรวจลงไปเพื่อสำรวจชั้นกินต่างๆและการรับน้ำหนัก ส่วนการสำรวจออกแบบใช้ระยะเวลาราว 45 วัน จากนั้นก็จะรีบเร่งหางบฯมาซ่อมแซมให้ได้โดยเร็ว”

