ความคืบหน้ากรณี สามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ หรือ เณรดิว อายุ 9 ขวบ ถูก อดีตหลวงตาศุภชัย สุทธิญาโณ หรือ นายสุภชัย บุญลักขะ อายุ 64 ปี อดีตพระลูกวัดดอนขมิ้น ซึ่งบวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดเดียวกันลงโทษด้วยการใช้ไม้ตีและจับกดน้ำ จนสามเณรวัฒนพลได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี อาการยังโคม่า ขณะที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส กับ อดีตพระศุภชัย พร้อมกับควบคุมตัวไปฝากขังครั้งที่ 1 ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ต.อ.ประสม หงษ์โต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลูกแก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวอดีตพระศุภชัย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าอาจจะกลับมายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ขณะนี้ยังคงต้องข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่หากในอนาคตสามเณรวัฒนพลเกิดเสียชีวิตขึ้นมา ก็จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของการตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุ ไม่พบว่าเคยกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่บริเวณวัดดอนขมิ้น ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า ยังคงมีประชาชนเดินทางมาทำบุญกันตามปกติ รวมถึงมีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางอดีตพระศุภชัยไม่น่าจะมีเจตนาทำร้ายสามเณรวัฒนพลจนได้รับบาดเจ็บหนัก แต่น่าจะเกิดจากการลงโทษแต่เกิดพลั้งมือ จนเป็นเหตุให้สามเณรบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว
พระครูสุพัฒนกาญจนกิจ เจ้าอาวาสวัดดอนขมิ้น กล่าวว่าตามปกติอดีตพระศุภชัย บวชและจำพรรษาที่วัดดอนขมิ้นมาหลายสิบปีและรับหน้าที่ดูแลสามเณรภายในวัดมาโดยตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีประวัติทำร้ายสามเณรหรือเด็กภายในวัดจนได้รับบาดเจ็บมาก่อน จะมีก็เพียงการทำโทษเมื่อสามเณรทำผิด ซึ่งก็เป็นการลงโทษตามปกติธรรมดา เชื่อว่าสาเหตุของเรื่องดังกล่าว น่าจะมาจากการที่สามเณรวัฒนพลมีนิสัยซุกซน เกเร และดื้อรั้น ถึงขนาดที่ว่าวันก่อนเกิดเหตุ อดีตพระศุภชัยได้พาสามเณรวัฒนพลมาหาหลวงพ่อ พร้อมขอที่จะไม่ดูแลสามเณรวัฒนพลต่อ เนื่องจากไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน ดื้อรั้น และยังซุกซนมาก แต่ทางหลวงพ่อเห็นว่า อีกไม่กี่วันสามเณรวัฒนพลก็จะลาสิกขาแล้ว จึงให้อดีตพระศุภชัยดูแลต่อไป ก่อนจะมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยทางเจ้าอาวาสวัดดอนขมิ้นเชื่อว่า วันเกิดเหตุอดีตพระศุภชัยน่าจะเกิดอาการโมโหที่สามเณรวัฒนพลดื้อมากจึงตีสั่งสอน แต่ถูกสามเณรด่าบุพการีกลับจึงเกิดพลั้งลงมือรุนแรงจนเกิดเหตุสลดใจดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าอาวาสได้ยืนยันว่าจะให้การช่วยเหลือครอบครัวของสามเณรวัฒนพลอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ ส่วนเรื่องของน้องชายสามเณรวัฒนพล อายุ 6 ปี ที่บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดดอนขมิ้นเช่นกันนั้น ทางเจ้าอาวาสยืนยันว่าได้มีการพูดคุยกับแม่ของเด็กแล้ว โดยแม่ของเด็กยืนยันว่าจะให้อยู่เป็นสามเณรที่วัดต่อไป ซึ่งทางวัดก็ยินดีที่จะรับดูแลสามเณรต่อไปเช่นกัน
ด้านนางทองคำ ศักสังวร อายุ 64 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดและเดินทางมาทำบุญที่วัดเป็นประจำกล่าวว่า รู้จักกับแม่ของสามเณรดิวและสามเณรทั้งสองรูปตั้งแต่ที่ยังไม่ได้มาบวชอยู่ที่วัด เนื่องจากบ้านของสามเณรทั้งสองรูปมีฐานะยากจน ทุกวันสามเณรวัฒนพลจะมานั่งรอตนที่ขี่รถขายลูกชิ้นในหมู่บ้านเป็นประจำ ซึ่งตนก็มักจะให้ลูกชิ้นไปกินโดยไม่คิดเงิน กระทั่งทั้งสองคนมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัด ตนก็จะแวะเวียนมาทำบุญเป็นครั้งคราว กระทั่งมาทราบข่าวว่าสามเณรวัฒนพลถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เมื่อทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจ อีกทั้งเมื่อทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ อดีตหลวงตาศุภชัย ก็ยิ่งตกใจมาก เนื่องจากที่ผ่านมาหลวงตาคอยดูแลสามเณรในวัดมาตลอดและก็ไม่เคยมีเรื่องในลักษณะนี้เกิดขึ้น เชื่อว่า น่าจะเป็นผลมาจากความโมโหและอารมณ์ชั่ววูบของตัวหลวงตาเอง ซึ่งไม่น่าจะมีเจตนาทำร้ายสามเณรจนบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้

