พันตำรวจโท เริงศักดิ์ สุวรรณศรี รองผู้กำกับสอบสวน ทำหน้าที่ร้อยเวรประจำวัน สภ.เมือง ร้อยเอ็ด รับแจ้งจากนายพิชิต แซ่ปึง เจ้าของร้านปึงเพียวฮวด ถนนหายโศก ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดว่า พบรถจักรยาน สองล้อปั่น สีขาวดำไม่มีเจ้าของ จอดทิ้งไว้ บนทางเท้า หน้าบ้าน ตั้งแต่เช้ามืด จนสาย ตามหาเจ้าของไม่พบ
แต่ต่อมา มีสองสามีภรรยา มาพบอ้างว่า เป็นเจ้าของรถจักรยานคันดังกล่าว พร้อมกับกล่าวว่า ถูกผู้ชายคนหนึ่ง ขโมยหลบหนีมา จึงออกตามหาแล้วมาพบรถจอดอยู่หน้าบ้าน ของนายพิชิต จึงแสดงตัว เพื่อจะขอรถคืน แต่นายพิชิต เห็นว่า น่าจะมีเงื่อนงำน่าสงสัย จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับไปเก็บไว้ แล้วให้เจ้าของ รถจักรยาน นำหลักฐานไปรับรถคืนจากพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป อย่างไรก็ตามหลังจากพนักงานสอบสวน รับทราบ เจตนา ของพลเมืองดีแล้ว จึงนำรถ ไปเก็บไว้ ที่ สถานีตำรวจ เพื่อรอเจ้าของ นำหลักฐานมารับรถ คันดังกล่าวกลับไป
และต่อมาพนักงานสอบสวนรายเดียวกันได้รับแจ้งเหตุ จากนางสุนิตย์ สุขะวัฒนสมบัติ อยู่บ้านเลขที่ 21/7 ถ.ขัติยะวงษา ซึ่งอยู่ห่างจากร้านที่พบรถจักรยาน แจ้งว่า รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขจษ. 949 ร้อยเอ็ด ที่จอดไว้หน้าบ้าน โดยเสียบกุญแจไว้ที่รถ ถูกชายวัยกลางคน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาว สักลายตามใบหน้า มาขับรถจักรยานยนต์ของตนหลบหนีไป หลังทราบเหตุตำรวจจึงกระจายข่าวทาง ศูนย์วิทยุตำรวจศูนย์ พลาญชัย ให้สายตรวจ ทุกสาย สกัดจับ เป็นเวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง
ทางด้าน ร.ต.อ. นิคม ตาลเหลี่ยม รองสวป สภ. เมืองร้อยเอ็ด และคณะสายตรวจประกอบด้วย ร.ต.อ. นฤดล เค้ามาก ร.ต.อ. สุรพลจันทรา ร.ต.อ. บุนนาค วงสีดา พร้อมกับ ดต.อัมพร จำลองเพ็ง และ ด.ต. สาคร เฉวียงวาด ก็สามารถ สกัด จับกุม ชายตามตำหนิรูปพรรณดังกล่าว ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้บนถนนสายร้อยเอ็ด มหาสารคามห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 10 กิโลเมตร นำตัวมาทำการสอบสวนปากคำดำเนินคดี
จากการสอบสวนทราบชื่อ คือ นายอำนวย แสงสุวอ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/9 คุ้มสระบัว ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ให้การรับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุ ได้เดินเท้าออกมาจากบ้านพบรถจอดอยู่ริมทาง เลยฉวยโอกาสขับหนีเข้ามาทางตลาดสด จนถึงหน้าธนาคารธนชาติ แล้วนำรถมาจอดทิ้งไว้ที่หน้าร้านปึงเพียวฮวด แล้วเดินไปพบรถจักรยานยนต์ คันที่ตนแอบขับมีกุญแจเสียบไว้ที่รถ จึงฉวยโอกาสขับขี่หลบหนีไป จนกระทั่งถูกจับกุมได้ดังกล่าว
ซึ่งจาการสอบสวนผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่า ไม่มีเจตนาขดมยรถทั้ง 2 คัน เพียงแต่คิดจะยืมขับไปกินข้าว พอมาเจอรถจักรยานยนต์ก็เลยเปลี่ยนใจทิ้งรถจักรยาน แล้วขโมยจักรยานยนต์ไปแทน พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าจะยืมขี่ไปซื้อข้าวกินแล้วก็จะเอารถมาคืน ส่วนเหตุที่ขับรถออกไปไกลจากตัวเมืองนั้นเพราะขับรถไม่คล่อง และไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์คันอื่นก็ตกใจกลัวจึงขับรถหนีไปจนกระทั่งถูกจับตัวได้
อย่างไรก็ตามต่อมาเจ้าทุกข์ที่ตามมาที่สถานีตำรวจและมายืนยันรถ ต้องการให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด เพราะพฤติกรรมส่อเจตนาเป็นขโมย เพราะปกติก็ขโมยของในละแวกนี้ตลอดอยู่แล้ว
ในขณะผู้ชายที่เป็นผู้เสียหายอีกคนกล่าวว่า ต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเนื่องจากเพราะก่อนก่อเหตุชายคนดังกล่าวได้เดินผ่านหน้าบ้านตน และเห็นลูกสาวตนที่หน้าบ้าน มีการใช้วาจาหยาบคาย ด้วยการขอมีเพศสัมพันธ์กับลูกสาวของตนด้วย จึงต้องการให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุด
และหลังจากพบว่าเจ้าทุกข์แสดงอารมณ์โกรธจัดเข้าชี้หน้าคนร้าย จนท.ตร.กลัวว่าเจ้าทุกข์ จะเผลอทำร้ายผู้ต้องหา จึงรีบ ทำการบันทึกปากคำและทำประวัติแล้ว ตร.ได้รีบนำตัว ส่งมอบให้กับ พ.ต.ท.เริงศักดิ์ สุวรรณศรี รองผกก.สอบสวน – พนักงานสอบสวนเวร รับไปดำเนินคดีตามความผิดต่อไป.

