ชาวบ้านพร้อมใจนุ่งขาวห่มขาว ขอพรให้พระพุทธสิหิงค์กลับจว. วอนนายกฯช่วย

ชาวบ้านนาพละตรัง พร้อมใจนุ่งขาวห่มขาว สวดมนต์ส่งจิตภาวนาขอพรให้พระพุทธสิหิงค์กลับตรัง วอนนายกรัฐมนตรีช่วย ขณะที่เจ้าคณะจังหวัดตรัง ถือเป็นเรื่องดีแนะฝ่ายรัฐตั้งคณะกรรมการติดตาม ทางด้าน ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา ชี้ อาศัยรุ่นลูก รุ่นหลาน ผู้ครอบครองช่วยแต่ต้องทราบเบาะแสที่แน่ชัด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 19 เมษายน ถึงความคืบหน้ากรณีที่มีนักวิชาการ นักเขียน รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดตรัง ออกมาเคลื่อนไหวให้ทางจังหวัดตรัง ค้นหา ติดตาม พระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรัง ที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ภายในวัดหัวถนน หมู่ 6 ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อปี พ.ศ.2525 จนบัดนี้ยังไม่สามารถติดตามทวงพระพุทธสิหิงค์กลับคืนสู่จังหวัดตรังได้

ล่าสุดภายในวัดหัวถนน หมู่ 6 ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง บรรดาพระภิกษุได้มีการนำเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูดคุย โดยที่พระคุณเจ้าทุกรูป เห็นด้วยกับการที่จะให้มีการติดตามพระพุทธสิหิงค์กลับสู่จังหวัดตรัง แม้ว่าบรรยากาศภายวัดยังคงเงียบเชียบ เนื่องจากวัดประสบปัญหาขาดการพัฒนาและรกร้างมานาน หลังจากที่พระพุทธสิหิงค์สูญหายไป เพียงแต่หวังว่าหากได้พระพุทธสิหิงค์คืนจะเป็นสิริมงคลกับวัด เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับวัดจะกลายเป็นเรื่องดี นอกจากนี้ หลังทราบข่าวชาวบ้านตำบลนาพละ ต่างตื่นตัว จับกลุ่มพูดคุยด้วยความยินดี และมีความหวัง

นางเอื้อน คำวร อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า เท่าที่ทราบ พระพุทธสิหิงค์สูญหายไปจากวัดหัวถนน เมื่อปี พ.ศ.2525 แต่จะหายจริงไปเมื่อไหร่นั้น ไม่มีใครทราบ สมัยนั้นพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานในโบสถ์หลังกุฏิของพระครูศรีจันทร์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสปี พ.ศ. 2498 โดยที่พระคุณเจ้าบอกว่า พระพุทธสิหิงค์ มีความศักดิ์สิทธิ์ หรือจะเป็นมรดกโลกก็ว่าได้ ขณะนั้นทราบว่ามีการแจ้งความแต่ไม่ได้เรื่องอะไร กระทั่งปี พ.ศ.2540 หลังจากที่พระพุทธสิหิงค์สูญหายไป นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่วัด และบอกชาวบ้านอีกไม่นานจังหวัดตรังน่าจะได้พระพุทธสิหิงค์กลับคืนมา แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าทางวัดจะได้พระพุทธสิหิงค์คืนมา

“ และเมื่อเร็วๆ นี้ ทางตำรวจภาค 9 มาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งยายก็ให้รายละเอียดและประวัติไป และจะไม่คุยกับ นายชวน หลีกภัย และผู้หลักผู้ใหญ่ของจังหวัดอีกหลายท่าน หากมีข่าวดี ก็จะทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติค้นหาต่อไป ชาวบ้านเพียงแต่หวังว่า น่าจะสมหวังและได้พระพุทธสิหิงค์กลับคืนมา แต่ที่ผ่านมายังไม่มีใครเข้ามาให้ความช่วยเหลือกันอย่างจริงจัง” นางเอื้อน กล่าว

ทางด้านพระราชวรากร เจ้าคณะจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในส่วนของคณะสงฆ์จังหวัดตรัง มีความประสงค์ให้พระพุทธสิหิงค์ที่สูญหายกลับคืนมา เนื่องจากเป็นสมบัติของจังหวัดตรัง หรือของชาติก็ว่าได้ ซึ่งในอดีตทางเทศบาลนครตรัง ในเทศกาลวันสงกรานต์ จะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาสรงน้ำ และประดิษฐานบนรถบุษบก แห่ไปรอบเมือง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา จนถึงขณะนี้ไม่สามารถรู้ได้ว่า พระพุทธสิหิงค์อยู่ที่ไหน ที่มีข่าวว่าไปอยู่ที่นั่น ที่นี่ คนนี้ คนนั้น เป็นเพียงการสันนิษฐาน จะไปชี้ชัดก็ไม่ได้

ทางด้านนายถวิล ศรีนคร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง สมัยที่ตนรับราชการอยู่ที่จังหวัดตรัง ทางจังหวัดมีการตั้งคณะกรรมการติดตามพระพุทธสิหิงค์ มีการประชุมคณะทำงานกันอย่างจริงจัง แต่เรื่องก็เงียบหายไป มาถึงวันนี้ชาวบ้านมีความต้องการให้ติดตามหาพระพุทธสิหิงค์กลับมาอีกครั้ง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า คนที่รับรู้เรื่องราวในสมัยที่พระพุทธสิหิงค์สูญหาย พอจะมีอยู่บ้างมั้ย ยังมีชีวิต หรือเสียชีวิตไปแล้ว ประการสำคัญข้อมูลที่แน่ชัดว่าพระพุทธสิหิงค์หายไปเมื่อไหร่นั้น ก็ไม่แน่ชัดเช่นกัน

นายถวิลกล่าวอีกว่า เป็นเรื่องดีที่ชาวบ้านมีการปลุกกระแสให้มีการทวงคืนพระพุทธสิหิงค์อีกครั้ง เนื่องจากเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองตรัง เป็นโบราณวัตถุที่ล้ำค่าทางพระพุทธศาสนา ไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั้งชาวตรัง ชาวไทย และผู้นับถือพระพุทธศาสนาทุกคน จนถึงบัดนี้มีการสันนิษฐานกัน แต่ถ้าประชาชนชาวตรังทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ส่งจิตภาวนา ให้พระพุทธสิหิงค์กลับคืนมาก็น่าจะมีความหวัง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ลูกสาว’วัฒนา’ร้องอียู คสช.คุมตัวพ่อ จ่อบุก มทบ.11บ่ายนี้ ถามความคืบหน้า
บทความถัดไปสงกรานต์/สงคราม โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์