หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าศรีสะเก...

ผู้ว่าศรีสะเกษยัน รพ.เมืองจันทร์ ไม่ได้ปิดบริการเพราะขาดน้ำ งบพร้อมรับภัยแล้ง

23.01.16 | 16:49 น.

ศรีสะเกษ ผู้ว่าฯยัน รพ.เมืองจันทร์ไม่ได้ปิดบริการเพราะขาดน้ำ ยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ เผยสัปดาห์ที่ผ่านมาฝนตกลงมาทำให้น้ำขุ่นปรับปรุงแก้ไขเสร็จนานแล้ว เตรียมงบประมาณกว่า 300 ล้านบาทไว้ใช้ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 23 ม.ค. 59 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลละเอาะ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ นายยุทธนา วิริยะกิตติ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายมุรธาธีร์ รักษาชาติเจริญ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ ปลัดจังหวัดศรีสะเกษและคณะ หน.ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจติดตามโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) ทั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการและเพื่อรับทราบปัญหาต่าง ๆ จะได้ทำการเร่งรัดแก้ไขอย่างเร่งด่วนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล ซึ่งตำบลละเอาะได้จัดทำโครงการผลิตปุ๋ยชีวภาพเพื่อการเกษตร โดยมี นายลพบุรี สังลา นายก อบต.ละเอาะ พร้อมด้วยรองนายก อบต. กำนัน ผญบ.ให้การต้อนรับ

นายยุทธนา วิริยะกิตติ ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวว่า รพ.เมืองจันทร์ขาดแคลนน้ำใช้จนต้องปิดการให้บริการนั้น ตนขอยืนยันว่า รพ.เมืองจันทร์ ไม่ได้ปิดการให้บริการผู้ป่วยแต่อย่างใด ยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่ปัญหาเรื่องน้ำนั้น เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาแล้วทำให้ระบบที่กรองน้ำขุ่น ซึ่งนายอำเภอเมืองจันทร์ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลปรับปรุงซ่อมแซมแก้ไขระบบกรองน้ำใหม่ และใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถใช้น้ำได้ตามปกติ โดยขณะนี้สามารถเชื่อมระบบน้ำประปามาใช้ได้ตามปกติแล้ว รพ.เมืองจันทร์ ไม่ได้มีปัญหามากจนต้องปิดให้บริการแต่อย่างใด รพ.เมืองจันทร์ยังคงเปิดให้บริการประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วยได้ตามปกติ

ผวจ.ศรีสะเกษ ยังกล่าวว่า ซึ่งสถานการณ์ปัญหาภัยแล้งโดยรวมของ จ.ศรีสะเกษนั้น จากการที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกลงมา ทำให้มีความชุ่มชื้นในดินพอสมควร และขณะนี้ค่าเฉลี่ยของน้ำตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ จะมีค่าเฉลี่ยของการเก็บกักน้ำอยู่ที่ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ คาดว่า จ.ศรีสะเกษจะเผชิญกับปัญหาภัยแล้งประมาณเดือน มี.ค. 59 เป็นต้นไป ในช่วงนี้ จ.ศรีสะเกษจะยังสามารถดูแลตนเองได้ ในส่วนของงบประมาณที่เตรียมไว้แก้ไขปัญหาภัยแล้งนั้น จะเตรียมไว้หลายส่วนด้วยกัน เช่น งบที่ทางรัฐบาลจัดสรรให้เกี่ยวกับการใช้เกษตรน้ำน้อยจำนวน 44 ล้านบาท งบช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง จำนวน 233 ล้านบาท งบการฝึกอบรมที่รัฐบาลจัดสรรให้กับตำบลทุกตำบลอีกด้วย ขณะเดียวกันยังมีงบฉุกเฉินของจังหวัด รวมทั้ง อปท.ต่าง ๆ จะมีงบประมาณเพื่อไว้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาภัยแล้งไว้ด้วย ตนคิดว่างบประมาณในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

นายยุทธนา กล่าวอีกว่า ในเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้งนี้ นอกจากที่กล่าวถึงเรื่องน้ำแล้ว ตนอยากเน้นเรื่องการส่งเสริมอาชีพ การทำมาหากินในช่วงฤดูแล้ง โดยเน้นเรื่องการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่นการปลูกถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วพร้า ปอเทือง ฟักทอง และพืชใช้น้ำน้อยอื่น ๆ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันงบประมาณที่รัฐบาลให้มาในโครงการตำบลละ 5 ล้าน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นด้านปศุสัตว์ ใช้ในการเลี้ยงไก่ไข เลี้ยงเป็ด ก็จะสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในด้านการขายไข่ไก่ไข่เป็ดได้ จะเป็นอีกส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนให้มีรายได้ในช่วงหน้าแล้งปีนี้

Advertisement