หน้าแรก ภูมิภาค เปิดอก! แม่น้...

เปิดอก! แม่น้องสปายใจสุดซ้ำ คำให้การ ‘เสี่ยอ้วน’ ยันได้เงินแค่ 1 ล. ชี้คนตายพูดไม่ได้

23.08.18 | 17:53 น.

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 1 บ้านนาตาล ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ “เป็นบ้านน้องสปาย“ ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพบ นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย ซึ่งยังอยู่ในอาการเศร้าสลดและตกใจในคำให้การของ “เสี่ยอ้วน” ที่อ้างในทำนองว่า ครอบครัวของตนไปหลอกเอาเงินของ “เสี่ยอ้วน” จนเป็นเหตุให้มีการยิงน้องสปายนั้น ทันทีที่ผู้สื่อข่าวไปถึงทราบว่าวันนี้มีสื่อจากส่วนกลางเข้าไปสอบถามหลายสำนัก โดยเฉพาะประเด็น “เสี่ยอ้วน” บอกว่าต้องการจะยิงตน ซึ่งท่าทีของ นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ ยังคงยืนยันว่า ครอบครัว ไม่มีพฤติกรรมหลอกลวงแต่มีความหวาดกลัว “เสี่ยอ้วน” เพราะเป็นเรื่องระหว่างน้องสปายกับเสี่ยอ้วนเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ที่แน่ๆ คือ ลูกสาวของตนไม่ยอมที่จะแต่งงานด้วย เพราะไม่สามารถทนความป่าเถื่อนของเสี่ยอ้วนได้ ในกรณีที่เสี่ยอ้วน กล่าวอ้างนั้นทำให้ครอบครัวรู้สึกเสียใจและบอบช้ำมาก

นางวันเพ็ญกล่าวว่า ยังคงยืนยันว่าครอบครัวได้รับการโอนเงินจากเสี่ยอ้วนจริง เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้ปฏิเสธ แต่เสี่ยอ้วนต้องการที่จะโอนให้โดยเสน่ห์หา เพราะจะนำเงินดังกล่าวไปซื้อรถและได้ซื้อไปแล้ว อีกทั้งภายหลังจากเกิดเหตุเงินจำนวนดังกล่าวก็ถูกใช้ไปกับการจัดงานศพให้น้องสปาย และว่า ขณะนี้บัญชีทางการเงินของครอบครัว มีจำนวน 3 ธนาคาร คือ 1.ธนาคาร ธ.ก.ส.เป็นบัญชีของตน 2.บัญชีธนาคารธนชาต เป็นบัญชีของพ่อน้องสปาย และ 3.เป็นบัญชีธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นของน้องสปายที่เปิดได้เพียง 1 เดือนแล้วก็ถูกยิงเสียชีวิตยังคงมีเงินจำนวน 300,000 บาท ทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ที่พนักงานสอบสวน และคงจะไปพิสูจน์กันในชั้นศาลต่อไปว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

“กรณีที่เสี่ยอ้วนอ้างว่าครอบครัวได้ไปหลอกให้โอนเงินนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง ตนและลูกสาวไม่เคยคิดที่จะหลอกใคร แต่ยืนยันว่าพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงต่างหาก ที่ไม่สามารถจะทำให้น้องสปายยอมรับที่จะไปแต่งงานได้ เพราะก่อนที่จะออกจากที่ทำงาน พฤติกรรมที่หึงรุนแรงของเสี่ยอ้วน ก็คือ การเดินเข้าไปบีบคอน้องสปายถึงในกลุ่มเพื่อนที่นั่งเล่นกันอยู่ น้องสปายจึงตัดสินใจออกจากงานที่ทำกับเสี่ยอ้วนและไปเริ่มต้นใหม่ที่จังหวัดนครปฐม และภายหลังที่ลาออก “เสี่ยอ้วน” ก็เคยโทรศัพท์มาหาตนเพื่อต้องการที่จะให้น้องสปายกลับไปทำงานที่เดิม และตลอดเวลาตนก็ได้อธิบายถึงเหตุผลที่น้องสปายไม่ต้องการที่จะกลับไปทำงาน แต่เสี่ยอ้วนก็ไม่ยอมและยังคงโทรมาตลอด เพื่อขอคุยกับน้องสปาย และแม่ ซึ่งก็ไม่เคยมาที่จังหวัดกาฬสินธุ์”


นางวันเพ็ญกล่าวต่อว่า กรณีที่เสี่ยอ้วนอ้างว่าได้สร้างบ้านให้สปายที่กาฬสินธุ์ ยืนยันว่าบ้านหลังนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของครอบครัว อีกทั้งเป็นเงินที่ได้จากการถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นเงิน 200,000 บาท เงินฌาปนกิจที่พ่อของตนตาย 400,000 บาท และเงินขายโรงสีเล็กเป็นเครื่องจักรจำนวน 90,000 บาท ที่ใช้ปรับปรุงบ้านใหม่ อีกทั้งบ้านหลังนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนที่น้องสปายจะไปทำงานกับเสี่ยอ้วนอีก ดังนั้นที่อ้างว่ามาสร้างบ้านให้ตนนั้นไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน ดังนั้นเมื่อเสี่ยอ้วนอ้างว่าเป็นการนำเงินมาสร้างที่บ้านน้องสปาย ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง


“ส่วนกรณีแม่น้องฟอส ออกมาบอกว่าตัดญาติกันนั้น ตนยิ่งรู้สึกเสียใจเพราะการสูญเสียลูกสปายและน้องฟอส ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น เป็นความเจ็บปวดอยู่แล้ว แต่เมื่อออกมาพูดเช่นนั้น ก็แล้วแต่ใครที่จะคิดเพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เพราะทั้งสองคนก็เสียชีวิตไปแล้ว อีกทั้งสังคมก็มองว่าเรื่องนี้ สปายเป็นต้นเหตุ แต่ต้องการให้มองย้อนไปว่า “เสี่ยอ้วน” มีสิทธิอะไรที่จะต้องมาฆ่าลูกทั้งสองคน ส่วนกรณีที่เสี่ยอ้วน ออกมาบอกว่าต้องการที่จะยิงตนมากกว่านั้น ยิ่งทำให้รู้สึกเสียใจและกลัวมาก เพราะเสี่ยอ้วน มีทั้งเงินและอิทธิพล แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็ขอให้ตำรวจดำเนินการลงโทษให้ถึงที่สุด และสิ่งสำคัญที่สุดในข่าวขณะนี้ ก็ขอให้สงสารและนึกถึงตนและน้องสปายและน้องฟอสที่เสียชีวิตไปแล้ว ว่าทั้งสองคนที่ตายไม่สามารถพูดได้ แต่คนที่เป็นฆาตกรมาให้ข้อมูล เชื่อว่าความจริงก็คือความจริงที่จะเห็นในไม่ช้า” นางวันเพ็ญกล่าวในที่สุด

Advertisement

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพบ นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย ที่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 1 บ้านนาตาล ตำบลนาตาล อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งยังอยู่ในอาการเศร้าสลดและตกใจในคำให้การของ “เสี่ยอ้วน” ที่อ้างในทำนองว่า ครอบครัวของตนไปหลอกเอาเงินของ “เสี่ยอ้วน” จนเป็นเหตุให้มีการยิงน้องสปาย โดยปฏิเสธว่าครอบครัวไม่เคยหลอกเอาเงินเสี่ยอ้วน