นายก อบต.ชัยเกษมจี้กรมทรัพยากรน้ำชี้แจงใช้งบ 37.9 ล้านบาท สร้างอ่างเก็บน้ำมรสวบ สร้างเสร็จเดือนเดียวพัง ล่าสุดขยายเวลาซ่อมสร้างใหม่นาน 2 ปี ยังเก็บน้ำไม่ได้
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายพัฒนธิชัย ขนาบแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนได้สอบถามความคืบหน้า กรณีสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 7 ได้จัดสรรงบกว่า 37.9 ล้านบาท ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำมรสวบ ความจุ 1.6 ล้าน ลบ.ม.ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ขัยเกษม หลังจากก่อสร้างนานกว่า 2 ปี แต่ปัจจุบันยังไม่สามารกักเก็บน้ำได้ และขณะนี้ใกล้ถึงช่วงมรสุมในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จะมีฝนตกหนักทำให้น้ำป่าที่ไหลจากเทือกเขาตะนาวศรีท่วมบ้านเรือนประชาชนและไหลลงทะเลทั้งหมด ทั้งนี้ ยอมรับว่าระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการใช้งบปรับปรุงอ่างเก็บน้ำดังกล่าว และขอเรียกร้องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยผลการตรวจสอบปัญหาการร้องเรียนการทุจริตให้ประชาชนทราบ
นายพัฒนธิชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าหลังใช้งบ 37.9 ล้านบาท หลังจากก่อสร้างเสร็จรับมอบงาน เมื่อเดือนกันยายน 2559 ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2559 หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ทำให้มีปัญหาสันอ่างร้าวมีน้ำรั่วซึม ผู้รับเหมาได้เจาะเปิดทางให้น้ำระบายออกทั้งหมด จากนั้น อบต.ได้ลงนามร่วมกับรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่าจะซ่อมสันอ่างให้เสร็จภายใน 1 เดือน แต่ไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด จากนั้นตลอดปี 2560 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 และผู้รับเหมาได้ขุดสำรวจชั้นดิน จัดหาวัสดุก่อสร้าง รวมถึงแก้ไขแบบก่อสร้างเพื่อความเหมาะสม ให้สันอ่างมีความมั่นคงแข็งแรง ก่อนดำเนินโครงการซ่อมแซมสันอ่างใหม่อีกครั้งจนถึงปัจจุบัน
“ขณะนี้มีภายในอ่างตะกอนทรายทับถมจำนวนมาก หากไม่มีการขุดลอก จะทำให้อ่างมรสวบเก็บน้ำได้ไม่เกิน 5 แสน ลบ.ม. กรมทรัพยากรน้ำจึงควรพิจารณาจัดสรรงบเหลือจ่ายเข้าไปทำการขุดลอก นอกจากนั้นปัญหาการซ่อมระยะยาว ส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเทศบาลตำบลบ้านกรูด ต้องอาศัยน้ำดิบจากอ่างดังกล่าวเพื่อผลิตน้ำประปา ประกอบกับช่วงที่ผ่านมามีฝนตกบางช่วงส่งผลให้การทำโครงการล่าช้า ขณะที่สัญญารับประกันงานหมดในเดือนสิงหาคมนี้ แต่ผู้รับเหมาปรับปรุงสันอ่างไม่เสร็จตามกำหนด ล่าสุดทราบว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ได้ขยายระยะเวลาเพิ่มให้ผู้รับเหมาโดยอ้างว่าในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง” นายพัฒนธิชัยกล่าว และว่า หากกรมทรัพยากรน้ำไม่สามารถทำงานให้เสร็จตามกำหนด ขอเรียกร้องให้กรมชลประทานเข้าไปดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อไม่ให้มีความเสียหายจากการใช้งบประมาณแผ่นดิน




