หน่วยข่าวด้านความมั่นคงยังคงเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นไล่ล่ากลุ่มก่อความไม่สงบ หลังการข่าวแจ้งเตือนยังพบการเคลื่อนไหวหลายพื้นที่ ส่วนผู้ต้องหายอมเปิดปากถึงแผนการครั้งใหม่แลกโอกาสขอกลับใจและลดโทษบางคดี
เมื่อวันที่ 24 ส.ค.หน่วยข่าวด้านความมั่นคงยังคงแจ้งเตือนพบการเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบยังคงปรากฏตัวเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติในหลายพื้นที่ทั้งใน จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส โดยมีแผนก่อเหตุครั้งใหญ่พร้อมกันหลายจุด เพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายรวมถึงเป็นการล้างแค้นให้กลุ่มแนวร่วมที่ถูกจับกุมและถูกวิสามัญช่วงที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์
โดยที่ จ.ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม ยังคงปูพรมปิดล้อมตรวจค้นหลายจุดในพื้นที่ อ.ยะรัง อ.มายอ อ.ทุ่งยางแดง และเขตรอบนอก อ.เมืองปัตตานี เพื่อพิสูจน์ทราบและกดดันติดตามจับกุมกลุ่มก่อความไม่สงบที่ตามที่มีชาวบ้านแจ้งเบาะแส ตลอดจนเป็นการติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนีจากเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจากเบาะแสจากชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ข้อมูลว่ามีกลุ่มชายแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่อย่างผิดสังเกตและเกรงจะมีการรวมตัวก่อเหตุร้าย จึงมีการระดมกำลังร่วมทั้ง 3 ฝ่าย ลงพื้นที่พิสูจน์ทราบและกดดันไม่ให้สามารถรวมตัววางแผนก่อเหตุร้ายต่างๆ ได้
ขณะที่ พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 41 ได้รายงานความคืบหน้าผลการซักถามขยายผล 3 ผู้ต้องหามีหมายจับคดีความมั่นคง หลังถูกควบคุมตัวจากเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่จนคนร้ายถูกวิสามัญฯเสียชีวิต 3 ราย และส่วนหนึ่งหลบหนีไปได้ เหตุเกิดตั้งแต่เริ่มเปิดแผนปิดล้อมกดดันตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทั่วทั้งพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา โดยล่าสุดช่วงกลางดึกที่ผ่านมา 1 ใน 3 ผู้ต้องหาได้ยอมรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงทั้งการลอบเผา ใช้อาวุธยิงทำร้ายชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ รวมถึงการมีส่วนรู้เห็นกับเหตุลอบวางระเบิดหลายครั้งอันเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา และยังยอมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนการก่อเหตุร้ายต่างๆ เน้นให้เกิดในวันเชิงสัญลักษณ์ตามที่แกนนำสั่งการมอบหมายให้แกนนำปฏิบัติแต่ละพื้นที่นำแนวร่วมก่อเหตุต่างๆ โดยส่วนหนึ่งได้มีการลงมือก่อเหตุแล้วและยังมีอีกส่วนหนึ่งอยู่ในห้วงระหว่างติดตามความเคลื่อนไหวของเป้าหมายและรอจังหวะก่อเหตุอยู่ในตอนนี้ โดยยังได้ให้ข้อมูลถึงรายชื่อตัวบุคคลที่นำการก่อเหตุรวมถึงแนวร่วมในหลายพื้นที่ โดยการให้ความร่วมมือทั้งหมดที่บางอย่างยังคงไม่สามารถเปิดเผยไดนั้น ผู้ต้องหาได้เสนอให้กันตัวไว้เป็นพยานในหลายคดี ทั้งนี้ เพราะอยากขอโอกาสได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีและหวังว่าการให้ความร่วมมือต่อเจ้าหน้าที่นั้นอาจสามารถช่วยลดหย่อนโทษที่ได้รับจากหนักเป็นเบาได้และเสียใจที่เลือกเดินเส้นทางผิด
นายนายสุกรี (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด ยิงชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมหมายจับ ป.วิอาญา 8 หมาย กล่าวยอมรับว่าเป็นการหลงผิดที่คิดเข้ามาอยู่ใน ขบวนการก่อความไม่สงบ เพราะคิดว่าสิ่งที่เขาบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์นั้นเป็นเรื่องจริง แต่สุดท้ายพอได้มาเรียนรู้พบว่าทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริงอย่างที่ถูกคนในขบวนการสอน จึงอยากให้คนที่ยังหลงผิดนั้นออกมามอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและอยากขอโอกาสได้กลับตัวกลับใจได้กลับไปอยู่กับพ่อกับพี่กับญาติ เพราะตั้งแต่เข้าสู่ขบวนการต้องคอยอยู่แบบหลบซ่อนอยู่ตลอดเวลามานานกว่า 4 ปีแล้ว ทำให้รู้สึกอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานและลำบากมาก จะกินอะไรก็ลำบาก หากินก็ไม่ได้ โดยก่อนหน้านี้เคยคิดอยากจะออกจากกลุ่มขบวนการมานานแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะกลัวถูกเจ้าหน้าที่จับกุมรวมทั้งเกรงกลัวการถูกลงโทษจากกลุ่มขบวนการด้วย
พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่า ตอนนี้มีข้อมูลตัวบุคคลเป้าหมายเป็นตัวเป็นตนที่มีหมายจับเข้ามาหลบหนีกบดันและเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่หมดแล้ว โดยมีการนัดเข้ามารวมตัวหวังเตรียมการก่อเหตุ จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจพิสูจน์ทราบเพื่อกดดันไม่ให้มีความคิดริเริ่มของฝ่ายเขา ซึ่งหากไม่มีการจัดกำลังเข้ามาตรวจพิสูจน์ทราบและปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มเหล่านี้ก็จะเริ่มแนวคิดในการก่อเหตุ โดยจากเบาะแสของฝ่ายตรงข้ามนั้นทราบว่าได้แบ่งกลุ่มแบ่งพื้นที่รับผิดชอบในการจะก่อเหตุ แต่ตอนนี้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่เองก็มีข้อมูลเบาะแสพอสมควรแล้วทั้งที่มีและไม่มีหมายจับของแต่ละบุคคล โดยได้มีการจัดกำลังออกติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ส่วนความคืบหน้าเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ชุมชนอ่อนแอพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จนมีชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ผ่านมา ล่าสุดได้ส่งหลักฐานและรอผลตรวจเทียบเคียงจากเหตุการณ์ที่ผ่านๆ โดยเฉพาะระเบิดขว้างนั้นผลตรวจก็ระบุออกมาแล้วว่าเป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับเหตุระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุต่างๆ ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ได้มีการวางแผนปรับแผนและกำลังในการเฝ้าระวังป้องกัน เน้นพื้นที่เป้าหมายที่เป็นชุมชนอ่อนแอ

