เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำโขงพื้นที่จังหวัดนครพนมยังหนุนต่อเนื่อง จึงเป็นปัญหาในการระบายของลำน้ำสาขา ล่าสุดแม่น้ำสงครามพุ่งสูงถึง 13.93 เมตร ทุบสถิติที่ท่วมระลอกแรกขณะนั้น มีระดับอยู่ที่ 13.85 เมตร
นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จึงสั่งให้เฝ้าระวังปริมาณน้ำขึ้นสูงทุกชั่วโมง ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขง บริเวณสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 18.00 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม อยู่ที่ 12.14 เมตร เพิ่มขึ้น 4 ซม. ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 86 ซม.
ด้าน อ.บ้านแพง เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเรือท้องแบนช่วยเหลือ ขนย้ายสิ่งของชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำโขงเอ่อล้นตลิ่งรอบที่สอง ไปอยู่ในที่ปลอดภัย หลังจากน้ำลดเพียงแค่ 3 วัน ปริมาณน้ำโขงก็เพิ่มขึ้นสูงอย่างผิดปกติ เนื่องจากทางภาคเหนือมีฝนตกหนัก บวกกับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้าน มีการระบายน้ำจากเขื่อนหลายแห่ง ทำให้น้ำโขงมีปริมาณเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทำให้บางจุดเกิดปัญหาน้ำโขงล้นตลิ่งอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านดอนแพง หมู่ 7 ต.บ้านแพง ได้รับผลกระทบหนักเป็นรอบที่สอง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน มากกว่า 30 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่จึงเร่งต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของ ออกจากบ้านเรือน ป้องกันความเสียหาย เบื้องต้นพบว่าหมู่บ้านในพื้นที่ อ.บ้านแพง ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำโขงเอ่อล้นครั้งนี้รวม 6 ตำบล 1.บ้านแพง 2.ไผ่ล้อม 3.นางัว 4.หนองแวง 5.โพนทอง และ 6.นาเข ส่งผลกระทบรวม 49 หมู่บ้าน 600 ครัวเรือน พื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่
พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.210 สั่งการให้ ศบภ.มทบ.210 จัดกำลังพลกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ศบภ.มทบ.210 จำนวน 7 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ และ ชป.กร.มทบ.210 อ.บ้านแพง ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.บ้านแพง/ร้อย.ทพ.210
นายอภิวัฒน์ ราชนาวี ผู้ใหญ่บ้านดอนแพง และประชาชนในพื้นที่ เข้าช่วยเหลือประชาชนขนย้ายเครื่องมือทางการเกษตรและสิ่งของขึ้นที่สูงเนื่องได้รับความเดือดร้อนจากเหตุน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงมีระดับสูงอย่างต่อเนื่องเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านดอนแพง หมู่ 7 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม
พยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยา กรณีมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น ทำให้จังหวัดนครพนมได้รับผลกระทบแล้ว โดยมีฝนตกหนักต่อเนื่องครอบคลุมทั้งจังหวัด ซึ่งอาจไปรวมกับน้ำที่สะสมรอการระบายจนเกิดวิกฤตอีกครั้ง



