หน้าแรก ภูมิภาค ทหารลุยสอบขยะ...

ทหารลุยสอบขยะพิษเมืองน้ำดำ แฉนักวิชาการขายฝันลวงโลกสร้างเตาเผา 50 ล้าน

24.08.18 | 13:53 น.

จากกรณีขยะพิษจากต่างประเทศทะลักเข้าเมืองไทย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กระทั่ง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกประกาศขยะพิษต้องหมดภายใน 2 ปี ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแหล่งคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ ทำกันมานานกว่า 20 ปี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เร่งปลุกใจคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ตรวจสอบและหาทางป้องกัน ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนและตำบลใกล้เคียง ออกมาร้องเรียนเรื่องมลพิษทางอากาศ ควันพิษทำนาข้าวอินทรีย์พื้นที่ใกล้เคียงเสียหาย ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่บ้านหนองบัว หมู่ 3 ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พ.อ.สมบัติ จินดาศรี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พ.อ.ประวัติ จารุตัน เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหา และดูบรรยากาศการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการ โดยมีนายพิชิต สมบัติมาก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ชวีวัฒน์ ผกก.สภ.ฆ้องชัย นายวิรัตน์ ราชชารี ปลัดอำเภอฆ้องชัย นายวิจิตร มูลเอก นายก อบต.โคกสะอาด และผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ร่วมให้ข้อมูลและรายงานปัญหา


พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตรวจพบโรงงานที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ในหลายพื้นที่ และได้มีการสั่งปิดกิจการไปแล้ว ทั้งนี้ ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ยังติดโผรายชื่อแหล่งคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

“จากการลงพื้นที่และข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้น และจากการรายงานจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านที่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะ ยืนยันว่าเป็นสิ่งของที่ได้จากการตระเวนหาในพื้นที่ ต่างอำเภอ และต่างจังหวัด ไม่ได้มีการนำเข้าจากต่างประเทศ เหมือนบางจังหวัดที่เป็นปัญหาขยะอีเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ยังทราบว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จนเป็นอาชีพหลักมานานกว่า 20 ปี ขณะที่ทางจังหวัดเองได้เร่งประสานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน คือการป้องกันขยะพิษ การกำจัดเศษขยะที่กองสุมในบ่อขยะของ อบต.โคกสะอาด ซึ่งพบว่ามีตกค้างถึง 320 ตัน รวมทั้งที่ยังเหลืออยู่ตามบ้านเรือนของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพนี้อีกเป็นจำนวนมาก” พล.ต.จุมพลกล่าว

พล.ต.จุมพลกล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการลงมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมติดตามดูและให้คำแนะนำการประกอบอาชีพคัดแยกขยะ รวมทั้งรับทราบแนวทางและกำชับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ ท้องถิ่น ท้องที่ โดยเฉพาะคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ที่จะต้องออกมาแสดงฝีมือ และร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้หมดไป โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ คำตอบสุดท้ายที่ชุมชนต้องการ คือเตาเผาขยะที่ถูกวิธี ที่จะลดปัญหามลพิษทางอากาศ รวมทั้งการให้ความรู้ด้านการป้องกันตนเองและระบบนิเวศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องเร่งดำเนินการ เพื่อยุติปัญหาโดยเร็วที่สุด

Advertisement

ด้านนายวันชนะ นาถมทอง สมาชิกสภา อบต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่ชาวบ้าน ต.โคกสะอาดเฝ้ารอ และอยากทวงถามคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง คือโครงการก่อสร้างเตาเผาขยะ ที่เคยมีนักวิชาการและนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มาลงพื้นที่ทำการศึกษาวิจัย และออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยจะสร้างเตาเผาขยะถูกหลักสุขาภิบาล ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อไปทำวิทยานิพนธ์จนจบปริญญาโทนับสิบๆ คนนั้น ตอนนี้นำเอาความรู้ไปทิ้งที่ไหน เพราะยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเข้ามาผลักดันให้เกิดโครงการอะไรเลย

“ชาวบ้านอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น เกิดปัญหาที่อื่นทีก็เห็นนักวิชาการจากส่วนราชการต่างๆ เข้าพื้นที่ เก็บข้อมูลนั่นนี่ ให้ความหวังกับชาวบ้านพอผ่านๆ ไป เหมือนมาขายฝันหลอกลวงชาวบ้านแล้วก็เงียบหายลอยนวล ส่วนที่จะลงมือทำไม่เคยมีเลย แล้วอย่างนี้จะแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างไร จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จริงจังกับการแก้ไขปัญหา อย่าทิ้งภาระให้กับท้องถิ่นและโทษชาวบ้าน เพราะบางกรณีอยู่เกินอำนาจของท้องถิ่น ต้องขอแรงหน่วยงานต่างๆ ร่วมบูรณาการ เช่น โครงการสร้างเตาเผาขยะ ไม่ต้องใหญ่โตมูลค่าสูงถึง 40-50 ล้านตามอย่างที่จ้าง มข.เขียนแบบให้หรอก ขอเพียงเป็นรูปเป็นร่าง วงเงินก่อสร้าง 4-5 ล้าน มีระบบการกำจัด และควบคุมกลิ่น หมอกควัน ที่มีประสิทธิภาพ ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว” นายวันชนะกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในกรณีผลกระทบเกี่ยวกับสุขภาพชาวบ้านนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.โคกสะอาด ระบุว่า หน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ด้านสุขภาพคือสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ แต่ที่ผ่านมามีเพียงหน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ระดับอำเภอ ตำบล ท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ในระดับจังหวัดเท่านั้นที่คอยลงพื้นที่ให้ความรู้และแนะนำวิธีการให้กับชาวบ้านมาโดยตลอด ซึ่งแทบจะไม่เห็นบทบาทของหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จริงจัง และเป็นรูปธรรม กลับปล่อยปัญหานี้เรื้อรังมายาวนาน โดยเฉพาะผู้บริหารไม่เคยเห็นตัวจริง และไม่ทราบว่าเคยลงพื้นที่มาดูสุขภาพชาวบ้าน เหมือนปล่อยชาวบ้านเผชิญปัญหาตามยถากรรม นอกจากนี้ ชาวบ้านยังรู้สึกงงและตกใจมาก ที่เห็นรายงานของสาธารณสุขฯว่า ตรวจพบสารตะกั่วตกค้างในกระแสเลือดของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะ โดยอยู่ในขีดอันตรายหลายคน ซึ่งสวนทางกับชาวบ้านที่ยืนยันด้วยตนเองว่าผลการตรวจไม่พบ ซึ่งไม่รู้ว่าข้อมูลใครจริงหรือข้อมูลใครเท็จ