หน้าแรก ภูมิภาค ชป.เร่งแก้ชาว...

ชป.เร่งแก้ชาวนาเมืองคอนขาดน้ำ ตั้งเครื่องสูบคลองเชียรใหญ่ดึงน้ำเข้าพื้นที่เกษตร

24.08.18 | 16:44 น.

ชป.เร่งแก้ชาวนาเมืองคอนขาดน้ำ ตั้งเครื่องสูบคลองเชียรใหญ่ดึงน้ำเข้าพื้นที่เกษตร เร่งสร้างอาคารบังคับน้ำปากคลองสาขา ทำความเข้าใจเกษตรกร

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีชาวนาหลายร้อยครัวเรือน ใน 2 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังเดือดร้อนหนัก น้ำไม่พอทำนาข้าว ร้องกรมชลประทานให้แบ่งปันน้ำอย่างทั่วถึง หวั่นนาข้าวนับพันไร่เสียหาย เตรียมเคลื่อนไหวหากไม่ได้รับการแก้ไขว่า พื้นที่การเกษตรที่ชาวนาใน 2 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับความเดือดร้อน ประกอบด้วย หมู่ที่ 7 หมู่ที่ 11 หมู่ที่ 12 ตำบลเชียรเขา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 12 ตำบลเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ รวมพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่การสูบน้ำโดยเกษตรกรพื้นที่ MD5 พื้นที่ประมาณ 40,000 ไร่ ใช้น้ำต้นทุนจากคลองเชียรใหญ่และน้ำนอนคลองที่เก็บกักในคลองชักน้ำที่กระจายทั่วพื้นที่ ส่วนพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่ใช้น้ำต้นทุนจากคลองเชียรใหญ่คือพื้นที่ชลประทาน MC2 พื้นที่รับประโยชน์ 12,300 ไร่ ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ปากพนังล่าง โดยที่ผ่านมาโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังตอนล่าง ได้บริหารจัดการน้ำด้วยการปิดประตูระบายน้ำเชียรใหญ่ เพื่ออัดน้ำเข้าคลอง MC2 และคลองสาขา เพื่อส่งน้ำให้กับพื้นที่ MC2 และพื้นที่ MD5 แต่หากเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ในพื้นที่ MC2 จะมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า MC2 สูบน้ำจากคลองเชียรใหญ่เข้าคลองดาดคอนกรีต เพื่อส่งน้ำเข้าพื้นที่ ในส่วนของพื้นที่ MD5 เกษตรกรจะสูบน้ำจากคลองเชียรใหญ่เข้าสู่คลองสาขาและสูบน้ำเข้าพื้นที่ โดยมีหยุดสลับการสูบน้ำทั้งสองฝั่ง เพื่อให้พื้นที่การเกษตรรอบข้างมีการใช้น้ำอย่างทั่วถึง ปัจจุบันระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำเชียรใหญ่อยู่ที่ระดับ -0.190 เมตร (รทก.) หรือต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.50 เมตร ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งความรุนแรงก็จะขึ้นกับความสูงต่ำของสภาพภูมิประเทศ
จากปัญหาที่เกิดขึ้นกรมชลประทานไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้วางแนวทางแก้ไขในระยะเร่งด่วน โดยนำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ของกรมชลประทาน สูบน้ำต้นทุนจากลำน้ำสายหลัก (คลองเชียรใหญ่) เข้าสู่ลำน้ำสาขาเพื่อกระจายเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก ซึ่งในวันนี้ (24 สิงหาคม) ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เรียบร้อยแล้ว เพื่อสูบน้ำจากคลองหลักเข้าคลองสาขา รวมทั้งการสูบน้ำจากคลองสาขาเข้าสู่คลองชักน้ำ โดยการใช้เครื่องสูบน้ำของหน่วยงานท้องถิ่นและเครื่องสูบน้ำของเกษตรกรเอง เพื่อส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกต่อไป


สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กรมชลประทานได้เตรียมการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำบริเวณปากคลองสาขาต่างๆ เพื่อเก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารท่อระบายน้ำ (ทรบ.) คลองแดน และอาคารบังคับน้ำบ้านบ่อทราย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561 และจะสามารถเก็บกักน้ำในคลองสาขาเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ MD5 สามารถสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรได้ รวมทั้งการก่อสร้างสถานีสูบน้ำถาวร เพื่อสูบส่งน้ำต้นทุนจากแม่น้ำปากพนังเข้าสู่ลำน้ำหลัก เป็นการเพิ่มศักยภาพและความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร โดยในมีงบประมาณ พ.ศ.2561 ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างประตูระบายน้ำเชียรใหญ่ 2 พร้อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561 และหากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถสูบน้ำจากแม่น้ำปากพนังเข้าคลองหลักเพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับพื้นที่ MC2 และพื้นที่ MD5 ต่อไป

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการลดข้อขัดพิพาทระหว่างกลุ่มชาวนาผู้ใช้น้ำ กรมชลประทานได้เร่งลงพื้นที่พบปะพูดคุยสร้างความเข้าใจและเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร เพื่อร่วมกันวางแผน แก้ไข และช่วยกันบริหารจัดการน้ำให้ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง เพียงพอ และเท่าเทียม

Advertisement