จากกรณีเจ้าหน้าที่สนธิกำลังผสม 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง นำหมายศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าตรวจสอบโรงรับจำนำแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในตลาดสด อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตามนโยบายรัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ดูแลเรื่องดังกล่าว หลังจากถูกประชาชนร้องเรียนว่านอกจากเปิดรับจำนำแล้ว ยังเปิดให้มีการจำนองโฉนดที่ดินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เกินกฎหมายกำหนด ซึ่งกำลังผสม 3 ฝ่ายได้ยึดบัญชีเอกสาร โฉนดที่ดินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท อีกทั้งยังยึดอาวุธปืนหลายชนิดรวมถึง 16 กระบอก ซึ่ง พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมตรวจสอบร่วมกับ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ โดยเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพื่อเร่งคืนโฉนดที่ดินกว่า 600 รายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน ตำรวจภูธรจังหวัด(ภ.จว.)กาฬสินธุ์ มีประชาชนจากหลายพื้นที่ซึ่งนำโฉนดที่ดินไปกู้เงินนอกระบบกับโรงรับจำนำบุหงาสมเด็จ ทั้งการจำนองและนำไปค้ำประกันเงินกู้กว่า 600 คน เดินทางเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย และปรับโครงสร้างหนี้ให้เป็นปัจจุบัน และถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยไม่ให้เกินร้อยละ 15 ต่อปี โดยมีพ.ต.อ.ชาตรี ปรีชากุล พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.อำพร สายมณี ผกก.สอบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สิทธิโชค สิทธิโสภณ รองผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ชุด ศปฉช.ตำรวจภูธรภาค 4 ผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารสัญญาเงินกู้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสอนสวน และตัวแทนผู้ประกอบการโรงรับจำนำบุหงาสมเด็จ ร่วมกันเจรจาและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
พ.ต.อ.ชาตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบการคัดแยกเอกสาร โดยเฉพาะโฉนดที่ดินที่ทำการคัดแยกเอกสารของโรงรับจำนำบุหงาสมเด็จ เบื้องต้นผลการตรวจสอบโฉนดที่ดินจำนวน 1,089 ฉบับ เดิมจะสามารถนำคืนโฉนดให้กับประชาชนได้ 352 ฉบับ แต่ขณะนี้จากผลการเจรจาลูกหนี้และเจ้าหนี้ ซึ่งตัวแทนของโรงจำนำบุหงาสมเด็จพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล กระทั่งมีการตรวจสอบอย่างละเอียดคาดว่าจะสามารถคืนโฉนดที่ดินของประชาชนที่นำไปกู้เงินนอกระบบและนำไปเป็นสัญญาค้ำประกันได้อย่างน้อย 600 ราย คิดเป็นมูลค่าเงินกู้สูงกว่า 47 ล้านบาท ทั้งนี้ก่อนที่จะมีการคืนโฉนดที่ดินนั้น ทาง ภ.จว.กาฬสินธุ์ได้เปิดโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยร่วมกันทุกฝ่าย โดยจะแยกเป็นรายๆ ไป รวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ให้เป็นปัจจุบันและกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละไม่เกิน 15 ต่อปี
ด้านนางจันละคร การถลิว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 3 บ้านโคกสี ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และเตรียมที่จะคืนโฉนดที่ดินให้ครั้งนี้ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกอย่าง ทั้งสถานที่ อาหาร เครื่องดื่ม ตนในฐานะตัวชาวบ้านที่เดือดร้อน ต้องขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาดูแลบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนในครั้งนี้

