เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นายคณิศร ขุริรัง ทนายความส่วนตัว นางอุไร ฉิมหลวง หรือ นกน้อย อุไรพร ศิลปินหมอลำชื่อดัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี และ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.ส.ส. เจ้าของคดีที่นางสุดารัตน์ ภูผานี ชาว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นักธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา แจ้งความความดำเนินคดีกับนางอุไร ฉิมหลวง กล่าวหาฉ้อโกง แต่นางอุไร ฉิมหลวง เปิดแถลงข่าวว่าเป็นการร่วมทำธุรกิจ พร้อมตอบโต้ว่า เป็นการยืมที่ดินไปขายฝาก 3.8 ล้านบาท โดยนางอุไร ฉิมหลวง ทำสัญญาเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 95,000 บาท และท้าให้ไปสาบานกับเจ้าปู่ศรีสุทโธ คำชะโนด นั้น
นายคณิศรเปิดเผยหลังเข้าพบ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ ว่า เป็นตัวแทนของแม่นกน้อยเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เพื่อสอบถามพนักงานสอบสวน และ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร คงต้องตั้งประเด็นไว้ 2 เรื่อง คือ 1.จะสามารถตกลงกันได้หรือไม่ และ 2.ถ้าตกลงกันไม่ได้ จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นางสุดารัตน์นำเอกสารหลักฐานการบันทึกข้อตกลงมาแสดง นายคณิศรกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่ายังอยู่ในระหว่างที่จะพูดคุยกัน ส่วนที่ว่ามีเอกสารต่างๆ เรื่องนี้คงจะไม่ต้องตอบโต้กันออกสื่อแล้ว คิดว่าคงต้องเป็นเรื่องในสำนวนของพนักงานสอบสวน หรือสำนวนที่จะต้องดูในเรื่องของการดำเนินคดีกัน แต่ถึงวันนี้ในฐานะตัวแทนของแม่นกน้อย พร้อมจะเจรจาให้เรื่องจบลงด้วยดีว่าจะมีการตกลงอย่างไร ถ้าตกลงกันไม่ได้จะดำเนินการอย่างไรต่อจะต้องหารือกับทางแม่นกน้อยต่อไป
เมื่อถามอีกว่า น.ส.สุดารัตน์มีการท้าแม่นกน้อยไปสาบานกับเจ้าปู่ศรีสุทโธ ที่คำชะโนด เรื่องนี้แม่นกน้อยว่าอย่างไรหรือไม่ นายคณิศรกล่าวว่า เรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องที่ยืดยาวไป มันจะไม่จบ เอามาจบในกระบวนการของกฎหมายกันดีกว่า เดี๋ยวเกิดท้ากันไป ท้ากันมา มันคงไม่จบลง ขอฝากเรื่องไว้เท่านั้น และตอบคำถามสุดท้ายด้วยว่า ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนางสุดารัตน์
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เปิดเผยว่า วันนี้ทนายความของแม่นกน้อยเข้าพบตนและพนักงานสอบสวน เพื่อขอทราบว่า กรณีที่ทางผู้แจ้งเข้าแจ้งความในเรื่องอะไร เพื่อที่จะได้ดำเนินการหาทางออกร่วมกัน เบื้องต้นก็อยากให้มีการพูดคุยไกล่เกลี่ยกัน แต่ถ้าดำเนินการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ก็ต้องดูว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
“ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เข้าแจ้งความ และพยานไปแล้วบางส่วน โดยยังจะต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีกเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง จะได้ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้ และยังมีพยานบางปากไม่สะดวกในการเดินทางมาให้ปากคำจึงต้องรอ ซึ่งทั้งหมดต้องให้เวลาสักระยะหนึ่ง จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ แต่หากในระหว่างการสอบปากคำพยาน ทางนางนกน้อย และคุณสุดารัตน์ตกลงกันได้ คดีก็สามารถถอนการแจ้งความร้องทุกข์ได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกคนก็ล้วนแต่รู้จักกัน” พ.ต.อ.ภูมิวิทย์กล่าว

