ความคืบหน้าคดีพี่สาววัย 19ปี รู้เห็นเป็นใจให้แฟนหนุ่มข่มขืนน้องสาวอายุ 12 ปี ที่อ.สะเดา จ.สงขลา และยังทำร้ายย่าโดยการการจับมัดมือมัดเท้าขโมยเอาแหวน เงินสด 300 บาทและโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป และได้มีการออกหมายจับ น.ส.ศิริขวัญ แซ่ลิ่ม พี่สาวและนายสัณห์พิชย์ โกบใบ ถูกดำเนินคดีใน 2ข้อหา คือ ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยาตนโดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอมและร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 2 หมู่3ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา อีกครั้งเพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมภายในบ้านพัก เพื่อประกอบสำนวนคดี ในขณะที่ชุดสืบสวนอีกชุดกระจายกันลงพื้นที่หาเบาะแสเร่งติดตามจับกุมและกดดันให้เข้ามอบตัว แต่จนถึงขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งสองคนยังกบดานเงียบและยังไม่ติดต่อเข้ามอบตัวแต่อย่างใด โดยการทำคดีนี้ตำรวจกองปราบ กองกำกับการ6 กองบังคับการปราบปรามได้เข้ามาร่วมทำคดีนี้ด้วยโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาแกะรอยความเคลื่อนไหวของทั้งสองคน นอกเหนือจากสอบสวนพยานแวดล้อมในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีนี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมและชาวบ้านในพื้นที่ อ.สะเดา เป็นอย่างมาก ทันทีที่เรื่องนี้ปรากฏออกไปมีคนเข้ามาประนามการกระทำของสองผัวคู่นี้กันจำนวนมาก เพราะไม่มีใครรับได้ที่พี่สาวแท้ๆยอมให้แฟนตัวเองข่มขืนน้องสาวที่ป่วยออทิสติกคาบ้าน โดยเฉพาะในโลกโซเชียลได้มีการแชร์เรื่องนี้ส่งต่อกันไปพร้อมกับหมายเลขโทรศัพท์ของญาติ 095-2728685 และ 099-0265669 เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นหรือทราบเบาะแสของทั้งสองคนช่วยแจ้งให้ญาติและตำรวจได้ทราบเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
รายงานข่าวแจ้งว่าสภ.สะเดาเปิดเผยประวัติ นายสัณห์พิชย์ หรือ หมอก เคยถูกตำรวจ สภ.สะเดา จับกุมในข้อหาบุกรุกและ พยายามข่มขืนเด็กสาวมาแล้วเมื่อปี 59 ก่อนพ้นโทษออกมาในปี 60 จนมาพบรักกับ น.ส.ขวัญ อายุ 17 ปี และเพิ่งคบกันได้เพียง 3 เดือน จากนั้นฝ่ายหญิงได้พาเข้ามาอยู่ที่บ้าน

