หน้าแรก ภูมิภาค สองตายายร้องว...

สองตายายร้องวัดดังสิงห์บุรีปิดทางเข้า-ออกบ้าน (คลิป)

28.08.18 | 20:03 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องเรียนมาจาก นายสนิท เนื้อทอง อายุ 84 ปี กับ นางสมบัติ เนื้อทอง อายุ 75 ปี สองสามีภรรยา ชาวสิงห์บุรี ซึ่งเปิดร้านค้าขายของชำโดยหน้าร้านอยู่ติดกับบริเวณ วัดอัมพวัน ซึ่งเป็นวัดที่ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม) ซึ่งมรณภาพไปแล้ว เป็นอดีตเจ้าอาวาส โดยหน้าร้านบนหลังคามีแผ่นป้ายไวนิลมีข้อความว่า “ร้านนี้ของ นายสนิท นางสมบัติ ได้ยกที่ดินทำทางเข้าวัดอัมพวัน ตอนนี้คณะกรรมการวัดมาปิดหน้าร้าน พฤติกรรมที่แสดงออกถึง “คุณธรรม อยู่ตรงไหน?” สร้างความสงสัยให้กับประชาชนที่มาปฏิบัติธรรมในวัดอัมพวัน ต่างมายืนดูกันเป็นอย่างยิ่ง ส่วนด้านหน้าถูกปิดไปด้วยแผ่นเมทัลชีทปิดตลอดแนวกำแพงยาวประมาณ 8 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร ทำให้เข้าออกทางหน้าร้านไม่ได้ สร้างความลำบากให้กับ ลุงสนิท และ ป้าสมบัติ ที่ต้องใช้บันไดอลูมิเนียมในการปีนเข้าปีนออกร้านค้าของตัวเอง

ลุงสนิท เล่าว่า พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กันสองคนกับ นางสมบัติ ผู้เป็นภรรยา โดยเปิดเป็นร้านค้าขายของชำเล็กๆ ส่วนลูกหลาน อยู่บ้านหลังอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงกัน ส่วนพื้นที่บริเวณด้านหน้าของวัดก็เป็นที่ดินที่ทางครอบครัวของภรรยาเป็นผู้บริจาคให้กับทางวัดซึ่งเดิมเพื่อทำประโยชน์โดยทำเป็นคันดินกั้นน้ำเข้าท่วมในบริเวณสวนป่าของวัด แต่ต่อมาก็ได้ทำเป็นถนนเข้ามา โดยบริเวณหน้าร้านของตนทาง วัดอัมพวัน ได้ทำเป็นที่จอดรถ และไม่ให้ตนหรือใครมาขายของในบริเวณนั้น จนเป็นคดีความขึ้นศาล โดยศาลมีคำสั่งให้ตนขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนร้านค้ารวมทั้งสิ่งปลูกสร้างออกไป ตนก็รื้อออกหมดแล้ว แต่บางครั้งตนก็กางร่มเพื่อบังแดดที่หน้าร้าน หรือบางครั้งก็นำโต๊ะมาตั้งกินข้าวด้านหน้าของร้านซึ่งเป็นบริเวณวัด จนเมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ทางคณะกรรมการวัดก็เริ่มมาตีกำแพงปิดหน้าร้านตนอย่างที่เห็น ตอนนี้ตนและภรรยามีความเดือดร้อนมากต้องปีนเข้า-ออกเพื่อที่จะเข้าร้านตัวเอง โดยใช้บันไดอลูมิเนียมที่ต้องข้ามกำแพงสูงถึง 3 เมตร ภรรยาของตนเพิ่งผ่าตัดหัวเข่ามาโดยปกติก็เดินลำบากอยู่แล้วนี่ก็ต้องมาปีนเข้าออกบ้านตัวเองอีก อยากให้วัดมีความเมตตา เปิดทางออกให้หน่อย ตนก็ต้องทำมาหากิน ตอนนี้ตนกับภรรยาเครียดมากๆ เคยใส่บาตรทุกเช้าทางหน้าร้าน มาวันนี้เขาปิดทางหน้าร้านแล้วก็ไม่ได้ใส่บาตร อยากขอความเมตตาจากทางวัด


ด้าน นายถนัด ตั้งธรรมนิยม ทนายความซึ่งเป็นตัวแทนของวัดอัมพวัน ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องปิดกำแพงหน้าร้านของ ลุงสนิท ว่า เริ่มแรกเลยเมื่อปี 2558 พื้นที่ตั้งแต่ก่อนแนวกำแพงเป็นที่ดินของ วัดอัมพวัน ทั้งหมดตามโฉนดที่มีอยู่ ต่อมาทางสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.)มีนโยบายให้ผลักดันที่ค้าขายให้ออกไปจากบริเวณวัด ส่วนทางด้าน ลุงสนิท ได้ทำหลังคาเกินร้านค้าตัวเองออกมายังที่จอดรถของวัดแบบถาวร ทางวัดก็ได้แจ้งให้รื้อถอนออกไปโดยมีการทำสัญญาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของวัดอีก แต่ต่อมา ลุงสนิท ก็ไม่ยอมปฏิบัติตาม จนมาเมื่อปี 2560 ทางวัดต้องการใช้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่จอดรถ แต่ลุงสนิทก็ยังไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ทำไว้ ทางวัดจึงได้ตั้งทนายให้ยื่นฟ้องต่อศาล และได้มี คำพิพากษา ออกมาว่า ให้ลุงสนิท ขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนร้านค้ารวมทั้งสิ่งปลูกสร้างออกไปจากบริเวณที่จอดรถนั้น ถ้าปฏิบัติตามทางวัดก็จะเว้นทางเข้าออกหน้าร้านตามแนวกำแพงของ ลุงสนิท ให้ แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ลุงสนิท จะยินยอมให้ทางวัดปิดทางเข้าออกบ้านของ ลุงสนิท ตามแนวกำแพงได้ทันที ซึ่งลุงก็ยังไม่ปฏิบัติตามอีกจนมาถึงวันนี้เลยได้ทำการปิดกำแพงดังกล่าว