
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 ลงพื้นที่ตรวจสภาพพื้นที่ในเขตจังหวัดลพบุรีและสระบุรี ในช่วงบ่ายวันนี้
จากนั้นเวลา 15.00 น. ได้เรียกหน่วยงานในสังกัด ซึ่งร่วมรับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มแม่น้ำป่าสัก และเจ้าพระยาตอนล่าง มาประชุมด่วนที่ห้องประชุม เขื่อนพระรามหก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากมีมวลน้ำป่า จากจังหวัดชัยภูมิและเพชรบูรณ์ ไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปริมาณมาก และมีความจำเป็นต้องปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อนเข้าสู่แม่น้ำป่าสัก ประกอบกับมีฝนตกหนักในเขตจังหวัดลพบุรีและสระบุรี ซึ่งน้ำจะไหลลงแม่น้ำป่าสักเข้ามาเพิ่มเติม และทั้งหมดจะไหลตามแม่น้ำป่าสัก มาที่หน้าเขื่อนพระรามหก เขตอำเภอท่าเรือ
ซึ่งใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง หลังจากการประชุมได้ข้อสรุปว่า จะต้องมีการปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ไม่เกิน 400 ลบ.ม./วินาที และปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อนพระรามหกที่ไม่เกิน 450 ลบ.ม./วินาที อีกทั้งจะต้องผันน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ตรงหน้าเขื่อนพระรามหก เข้าคลองระพีพัฒน์ที่ 70 ลบ.ม./วินาที
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำป่าสักตอนล่าง สอดคล้องกับจังหวัดพะนครศรีอยุธยา ที่ออกประกาศด่วนที่สุด แจ้งเตือน ถึงประชาชนท้ายเขื่อนพระรามหก ในเขตอำเภอท่าเรือ นครหลวง และพระนครศรีอยุธยา ว่าเขื่อนพระรามหก จะเริ่มปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อนที่ 450-500 ลบ.ม/วินาที ในคืนนี้ และอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมถึง 1 เมตร ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 2 เมตร จึงขอให้ชุมชนริมแม่น้ำ ร้านค้าแพอาหารเตรียมความพร้อม เพราะหากมีการปล่อยน้ำมากขึ้นกว่านี้ หรือปล่อยน้ำยาวนานหลายวัน อาจทำให้น้ำล้นตลิ่งได้ในบางจุดที่ลุ่มต่ำ




