กรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นการปรับแก้ พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาได้ในอนาคตแต่จะต้องถูกควบคุมกำกับผ่านประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทำให้องค์กรวิชาชีพเภสัชกรออกมาคัดค้าน และมองว่าจะเปิดช่องให้วิชาชีพอื่นมาจ่ายยาหรือขายยาได้ นอกเหนือจากเภสัชกรนั้น ล่าสุดวันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต.หลักร้อย ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบว่าที่นี่ประสบกับปัญหาขาดแคลนเภสัชกรที่ต้องมาจ่ายยา และได้มอบหมายให้พยาบาล รวมทั้งวิชาชีพอื่นช่วยจ่ายยาให้กับประชาชนมาเป็นระยะเวลานานแล้ว
นางรัตนา พานิชนอก ผู้อำนวยการ รพ.สต.หลักร้อย เปิดเผยว่า ไม่มีเภสัชกรประจำการอยู่ในนี้เลย ต้องอาศัยเภสัชกรจากโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา ที่จะส่งเภสัชกรหมุนเวียนมาเข้าเวรดูแลเรื่องการจ่ายยา และให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการจ่ายยา สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เนื่องจากมีเภสัชกรเพียง 2 คน ที่ต้องเวียนกันเข้าเวรใน รพ.สต.ที่อยู่ในเครือข่าย จำนวน 9 แห่ง ทำให้ไม่สามารถมาอยู่ประจำได้ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงเป็นหน้าที่ของพยาบาล และเจ้าหน้าที่วิชาชีพอื่น ช่วยจ่ายยาแทนเภสัชกรมาโดยตลอด เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ ผู้ป่วยที่มารอคิวรับยาจะไม่ได้ยาเลย ถ้ามัวแต่รอเภสัชกรมาจ่ายยาให้อย่างเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทราบดีถึงข้อจำกัดนี้ และรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักเนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับให้สามารถจ่ายยาได้ แต่ถ้ามีการแก้ไข พ.ร.บ.การจ่ายยาใหม่ ให้สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริง ก็จะทำให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น
นางนิศากร แก้วใส พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.หลักร้อย กล่าวว่า ถ้าแก้ไข พ.ร.บ.การจ่ายยาใหม่ สิ่งแรกที่จะได้คือ ทำให้ตนเองรู้สึกสบายใจ เพราะที่ผ่านมาก็เสี่ยงมาก เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับให้สามารถจ่ายยาได้ จึงทำงานอย่างไม่มีความสุข มีอะไรคอยรบกวนใจอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถใช้ความรู้ของตนเองได้อย่างเต็มที่ ถ้าให้พยาบาล หรือวิชาชีพอื่นจ่ายยาได้ ก็จะทำให้ประชาชนที่มาใช้บริการ ได้รับความสะดวกสบาย ไมต้องรอนานด้วย ส่วนเรื่องความรู้ด้านยานั้น ในการออกใบประกอบวิชาชีพ ก็มีการเรียนรู้เรื่องการจ่ายยามามากพอสมควร อีกทั้งบางคนก็ได้ไปเรียนหลักสูตรเวชปฏิบัติเพิ่มเติม ซึ่งจะมีความรู้เรื่องยามากกว่าพยาบาลทั่วไปด้วยก็มี จึงไม่ใช่สิ่งที่น่าเป็นห่วงอะไร

