หน้าแรก ภูมิภาค สังขละบุรีขอใ...

สังขละบุรีขอใช้พื้นที่วัดช่วย70ครอบครัวจมน้ำจากเขื่อน

29.08.18 | 11:43 น.

วันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ นายวิชัย ชูอินทร์ ปลัดอาวุโส อ.สังขละบุรี พร้อมด้วย ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ ทหาร รส.จว.กาญจนบุรี (มทบ.17) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมและฝ่ายปกครองท้องที่ ลงพื้นที่บ้านวังกะหมู่ที่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เพื่อสำรวจจำนวนบ้านเรือนของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณที่สูงขึ้นจนเข้าท่วม ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

โดยเจ้าหน้าที่ลงเรือและเดินเท้าสำรวจ พบว่า ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านวังกะ มีบ้านเรือนที่ปลูกอยู่ริมอ่างเก็บน้ำในพื้นที่เขตน้ำท่วมถึงของ กฟผ. (ระดับต่ำกว่า 160 เมตร) ได้รับความเดือดร้อนแล้วจำนวน 130 หลัง โดยมีจำนวน 70 หลัง ที่ถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยต่อไปได้ จึงได้แนะนำให้เตรียมอพยพ ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้อพยพไปอาศัยอยู่กับญาติ และเพื่อนบ้าน บางส่วนไปเช่าห้องพักอาศัยชั่วคราว ขณะที่มีข้อมูลว่าห้องเช่าในพื้นที่เริ่มหายากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้มีความต้องการสูง


ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจาก นายปกรณ์ กรรณวัลลี นอภ.สังขละบุรีว่า ได้เตรียมหารือกับ ทางวัดวังก์วิเวการาม เพื่อขอใช้พื้นที่วัด ในการรองรับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีที่ไป เพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำจะลดลงและเข้าสู่สภาวะปกติ
ส่วนที่บริเวณสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ล่าสุดระดับน้ำห่างจากพื้นสะพาน ประมาณ 2.30 เมตร เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 20 เซนติเมตร ซึ่งเมื่อปี 2534 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับกักเก็บสูงมาก จนส่งผลให้สะพานมอญถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งไม่เคยปรากฏภาพเช่นนี้มาก่อน

ทั้ง สาเหตุที่ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดจากสภาพฝนในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และบางส่วนของ อ.ทองผาภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงนี้จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอยู่ที่วันละ 90-100 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เขื่อนสามารถระบายน้ำเพียงวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. จึงมีปริมาณน้ำที่สะสมในเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง