วันที่ 29 สิงหาคม 2561 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ. 9เดินทางมายังสภ.ห้วยยอด จ.ตรัง เพื่อแถลงข่าวจับกุมตัว นายวรายุทธ หรือยุทธ รอดทุกข์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 5 ต.วังคีรี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังก่อคดีเข้าไปชิงทรัพย์ภายในธนาคารธนชาติ สาขาห้วยยอด จ.ตรัง โดยใช้อาวุธมีดข่มขู่พนักงานและกวาดเงินสดไป 77,610 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 256 หลังจากที่ทางตำรวจภูธรห้วยยอด สืบสวนสอบสวนจนทราบตัวคนร้ายที่แน่ชัด โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าเป็นผู้ชิงทรัพย์เงินสดจากธนาคารธนชาต สาขาห้วยยอดจริงและได้หลบหนีไปอยู่บริเวณหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด
ต่อมาทางตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายวรายุทธ ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ 338/2561 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ข้อหา ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ก่อนหน้านี้นายวรายุทธหรือยุทธ เคยมีคดีร่วมกันฆ่าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและคดีเสพยาเสพติด ซึ่งมูลเหตุในการก่อคดีในครั้งนี้ทางผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีงานทำ และขัดแย้งกับครอบครัว ส่วนเงินที่ชิงทรัพย์จากธนาคารฯไปนั้นได้นำไปซื้อของใช้ส่วนตัว
พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวว่า ในเรื่องธนาคารหรือร้านค้าทองทางเรามีมาตรการในการป้องกันอยู่แล้ว แต่ว่าวันนั้นในที่เกิดเหตุนั้นเนื่องจากรปภ.ธนาคารออกไปทานข้าว หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ไล่ตามคนร้ายไปติดๆ แต่ก็ได้คลาดกัน สำหรับมาตรการที่เพิ่มขึ้น ก็คงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ประจำในธนาคารและร้านค้าทองที่เหลือด้วย คดีนี้ใช้เวลาในการปฏิบัติงานจำนวน 4 วัน ก็สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ ทั้งนี้จึงอยากฝากถึงชาวห้วยยอดขอให้อุ่นใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว การป้องกันเราก็ทำอย่างเต็มที่ แต่หลังจากเกิดเหตุแล้วเมื่อมีเหตุอะไรเกิดขึ้นเราก็พยายาม จับกุมให้ได้ ซึ่งในช่วงนี้ก็ทยอยจับกุมหลายๆคดีในจังหวัดตรัง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายวรายุทธหรือยุทธฯ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ธนาคารธนชาต สาขาห้วยยอด โดยผู้ต้องหาได้นำรถจยย.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดไว้หน้าธนาคารติดกับสภ.ห้วยยอด และได้เดินขึ้นบันไดพร้อมสวมหมวกกันน๊อคเข้าไปในธนาคารและไปที่จุดบริการตรงเคาน์เตอร์ทันทีและนำมีดคัตเตอร์ชูขึ้นหลังจากนั้นกระโดดข้ามเคาน์เตอร์มาดึงลิ้นชักและหยิบเงินในลิ้นชักไปจำนวน 77,610 บาท แล้วรีบวิ่งหนีออกจากธนาคารมาที่รถจยย.ดังกล่าวแล้วใส่เงินไว้ใต้เบาะรถจยย. หลังจากนั้นก็รีบขับรถหลบหนีออกไป ขณะที่พาผู้ต้องหาทำแผนรับสารภาพได้มีชาวห้วยยอดมายืนมุงดูเป็นจำนวนมาก โดยที่ทางธนาคารธนชาตไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพภายในธนาคารให้บันทึกภาพได้แต่บริเวณภายนอกเท่านั้น หลังเสร็จสิ้นการทำแผนจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

