วันที่ 29 สิงหาคม ที่โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศอ.ปส.ชน.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เพื่อให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ พิจารณาแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง และกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยหารือนานกว่า 3 ชม.
พล.ท.วิจักขฐ์กล่าวว่า ปีที่ผ่านมามีการจับกุมยาเสพติดได้จำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว แสดงว่ายังมีการความต้องการใช้ยาในประเทศไทยสูง ทำให้การทะลักเข้ามาของยาเสพติดสูง เราจึงหารือกันว่าต้องเร่งแก้ปัญหาด้วยการสกัดสารตั้งต้น เพราะกฎหมายกระทรวงต่างๆ บางตัวไม่ได้ระบุว่าสารตั้งต้น บางตัวเป็นสารต้องห้าม เพราะยังมีประโยชน์ในแง่ของการผลิตอะไรที่เป็นประโยชน์อยู่ แต่การจะควบคุมอย่างไรไม่ให้ออกผ่านชายแดนไปยังแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน เราคงต้องทำหนังสือถึง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้ท่านได้ปรึกษากับกระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องมาตรการควบคุมสารตั้งต้น ทั้งโซเดียมไซยาไนต์และอื่นๆ ความจริงสารตั้งต้นในเมียนมาจะมีกฎหมายห้ามส่งออกทางพื้นดิน ต้องส่งออกไปทางที่ย่างกุ้งเท่านั้น แต่ปรากฏว่ามีการส่งออกไปทางแม่สอด จ.ตาก แม่ฮ่องสอน และแม่สาย จ.เชียงราย ส่วนหนึ่ง ความจริงสารตั้งต้นนั้นกฎหมายไทยไม่ผิด เพราะนำมาใช้ในส่วนที่เป็นประโยชน์ได้ แต่เมียนมาเขาไม่ยอม หากหลุดไปเราก็มีหน้าที่แจ้ง ป.ป.ส.ไทย ประสาน ปปส.เมียนมา ดำเนินการจับกุม
“ส่วนประเด็นที่สำคัญคือ มาตรการตัดวงจรเงิน เพราะการสั่งซื้อยาเสพติดต้องมีการจ่ายเงิน แต่ที่ผ่านมาการสกัดเงินของเรายังมีจุดอ่อนหรือช่องโหว่อยู่ ก็ต้องคุยกันในรายละเอียดว่าจะควบคุมอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเราควบคุมการเข้ามาของคนและสินค้าขาเข้าและการแอบแฝงของยาเสพติด แต่เรามีจุดอ่อนที่คนออก เราไม่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด ทำให้เขามากดเงินในประเทศไทยและออกไปข้างนอกได้ และเราจะทำอย่างไรในการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านขอให้เขาจับกุมนักค้ากว่า 20 รายที่มีหมายจับในไทยแต่หนีออกไปอาศัยอยู่กับกลุ่มผลิตยาเสพติดของประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับเรา ซึ่งคงจะต้องทำหนังสือจากประธานอาร์บีซี (RBC) ซึ่งก็คือแม่ทัพภาค 3 ไปยังถึงแม่ทัพภาคสามเหลี่ยมเพื่อขอความร่วมมือเขาอีกชั้นหนึ่ง โดยจะส่งบัญชีนักค้าที่เราแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วไปให้เพื่อจับกุมและส่งตัวกลับมา” แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว

