เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ที่สถานีตำรวจภูธรลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี นายธีรวงศ์ สรรค์พิพัฒน์ เจ้าของกิจการปราบขยะ ได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังจากที่ได้แจ้งความผู้สื่อข่าวที่เสนอข่าวไม่ตรงตามข้อเท็จจริงแล้วไม่มีความคืบหน้า ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี จึงอยากเปลี่ยนพนักงานสอบสวน
นายธีรวงศ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้ร้องเรียนเรื่องของรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ตั้งแต่เดือนกันยายนเมื่อปี 2560 จนเป็นเหตุให้มีการตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลขยะ และมีนักข่าวที่เขียนข่าวขึ้นโดยที่ไม่เคยได้มาสัมภาษณ์ตนเอง สื่อที่นำเสนอออกไปจึงไม่มีข้อเท็จจริง ทำให้ตนเสียหาย จึงได้เข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ในข้อหาหมิ่นประมาท ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2560 จนปัจจุบันคดียังไม่แล้วเสร็จ วันนี้ทางตำรวจได้ให้มาสอบสวนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ทั้งนี้หลังจากที่ได้เข้ามาแจ้งความแล้ว 30 วัน ไม่มีการรายงานถึงความคืบหน้าให้ทราบ ว่าคดีไปถึงไหน 60 วันผ่านไปก็ไม่มีการพูดคุยบอกกล่าวให้ทราบใด ๆ
“ในวันนี้ผมถูกเรียกมาสอบสวนเพิ่มเติม จึงได้ถามถึงความคืบหน้าแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับบอกว่าจะให้รายงานที่ไหน ซึ่งผมก็มีที่อยู่ภูมิลำเนาชัดเจนตามบัตรประชาชน ซึ่งพ.ต.ต.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งความไปแล้วกว่า 1 ปี ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2560 มีคนมาแจ้งข้อหาผมว่าผมขนขยะเข้ามาในบริเวณโรงงาน ซึ่งโรงงานผมเป็นโรงงานรีไซเคิลขยะ และในวันนี้ได้แจ้งข้อหาให้ผม แต่เป็นคดีที่มาแจ้งความทีหลังแต่เสร็จก่อน ทั้งๆที่คดีความที่ผมแจ้งไปไม่ได้มีความชับซ้อนเลย คือการหมิ่นประมาทโดยทางโฆษณาวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด แต่ สภ.ลาดหลุมแก้วกลับไม่ได้ให้ความเป็นธรรมเลย หลังจากนี้เตรียมที่จะร้องเรียนไปทางจเรตำรวจแห่งชาติ เนื่องจาก สภ.ลาดหลุมแก้วทำงานเรื่องคดีหมิ่นประมาท 1 ปีผ่านไปยังไม่เสร็จ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับตัวเอง”นายธีรวงศ์กล่าว
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.พูลศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว ทราบว่าทางตำรวจได้ทำไปตามขั้นตอนของคดีความแล้ว ส่วนคดีที่ผู้ร้องไปแจ้งความผู้สื่อข่าว ทางตำรวจได้สอบสวนและดำเนินการอยู่ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด

