ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพ่อแม่ของ น.ส.เอ ได้นำตัว น.ส.เอ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.หญิง ศิรินทรา บุญธรรม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ว่า น.ส.เอ บุตรสาวของตนถูกชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤๅษีตาไฟ จะทำการสะเดาะเคราะห์ให้ โดยพากันไปทำพิธีที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างถนนสายศรีสะเกษ-ขุขันธ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยใช้เวลาสะเดาะเคราะห์ 2 วัน ซึ่งได้มาแจ้งความร้องทุกข์ว่าชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤๅษีได้ล่วงละเมิดทางเพศ น.ส.เอ รวม 4 ครั้ง เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤๅษีตาไฟจนถึงที่สุด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายปัญญา วงศ์เจริญ ผู้ใหญ่บ้านใน ต.ละทาย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยนางวนิดา พลศักดิ์ อายุ 62 ปี ในต.ละทาย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และญาติพี่น้องได้พากันอุ้มตัวนายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งสภาพร่างกายป่วยพิการ เป็นโรคโปลิโอ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้มาตั้งแต่เกิดและเป็นผู้อ้างตัวว่าเป็นฤๅษีตาไฟ ผู้ต้องหาคดีนี้ ขึ้นบนหลังญาติเดินขึ้น สภ.เมืองศรีสะเกษ มาพบกับ ร.ต.อ.สง่า สมสุข และ ร.ต.ท.หญิง ศิริทรา บุญธรรม ทีมพนักงานสอบสวนคดีนี้ เพื่อเข้ามอบตัวสู้คดีที่ถูกกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 2 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์เด็กอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา และ กระทำชำเราแม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งนายสุรสิทธิ์ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
นายสุรสิทธิ์ ให้การว่า ในวันเกิดเหตุได้มีญาติพี่น้องของ น.ส.เอ มานิมนต์ให้ตนไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง โดยมารับตนจากบ้านที่เป็นของลูกศิษย์คนหนึ่งที่ อ.ภูสิงห์ จากนั้นตนได้ใช้เวลาทำการสะเดาะเคราะห์ 2 วัน โดยการลงอักขระและเขียนคาถาสะเดาะเคราะห์ ไม่ได้มีการล่วงละเมิดทางเพศเลย
ทางด้าน นายปัญญา กล่าวว่า ตนรู้จักกับนายสุรสิทธิ์ เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นลูกบ้านของตน โดยนายสุรสิทธิ์ป่วยเป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ และต่อมาพออายุ 17 ปี นายสุรสิทธิ์จะมีอาการเหมือนกับมีอดีตเจ้าอาวาสของวัดบ้านละทายที่มรณภาพไปแล้วหลายรูป มาเข้าร่างเพื่อให้นายสุรสิทธิ์เป็นร่างทรงของฤๅษีตาไฟ ทำให้มีคนรู้เรื่องนี้จำนวนมาก และได้มีประชาชนจาก จ.ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด ที่มีความเชื่อในเรื่องนี้ พากันมาขอให้นายสุรสิทธิ์ทำพิธีสะเดาะเคราะห์และรักษาอาการไข้ป่วยหายเป็นปกติไปจำนวนมาก
โดยนายสุรสิทธิ์จะไม่มีการเรียกร้องเงินทองในการทำพิธี แต่จะให้จัดขันนิมนต์ ขัน 5 ดอกไม้ธูปเทียน และเงินค่าทำพิธีคนละ 49 บาท 99 บาท และ 199 บาท เมื่อผู้ป่วยหายจากอาการป่วยแล้ว ก็จะมีการสมนาคุณให้ตามที่จะเห็นสมควร และล่าสุดมีการนิมนต์นายสุรสิทธิ์ไปทำพิธีที่บ้านลูกศิษย์คนหนึ่งที่ อ.ภูสิงห์ จนเกิดมีการกล่าวหากันในครั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่านายสุริสิทธิ์จะทำการข่มขืน น.ส.เอ เนื่องจากว่านายสุรสิทธิ์ป่วยเป็นโรคโปลิโอช่วยตนเองไม่ได้มาตั้งแต่เกิดแล้ว จะไปข่มขืน น.ส.เอได้อย่างไร

