จากกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สั่งสอบข้อเท็จจริงภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่อายุ 60 ปี บริเวณจุดชมวิวด้านทิศตะวันออก บนเขาช่องกระจก ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถูกตัดโค่นสภาพเหลือแต่ตอ โดยต้นศรีมหาโพธิ์ดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาช่องกระจก เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2501
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายวิวัฒน์ วันกุมภา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.จ.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการยังไม่สามารถหาข้อสรุปว่า หน่วยงานรัฐใดเป็นผู้ดูแลพื้นที่ หรือมอบพื้นที่บนเขาช่องกระจกให้วัดธรรมิการามวรวิหาร พระอารามหลวง ในฐานะนิติบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ภูเขาที่มีความชันเกิน 35 องศา และจากการตรวจข้อมูลย้อนหลังไม่พบหนังสือราชการแจ้งมอบที่ดินให้วัดเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด จึงขอเรียนว่าปัจจุบันที่ดินบนเขาช่องกระจกไม่ได้อยู่ในความครอบครองของวัด แต่จากการสอบถามพระราชสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุติ เจ้าอาวาสวัดยืนยันว่า เมื่อหลายปีก่อนมีอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง แจ้งด้วยวาจาให้วัดดูแลพื้นที่บนช่องกระจก เนื่องจากมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและมีการก่อสร้างที่พักสงฆ์ ทั้งนี้ หากมีหน่วยงานใดแจ้งความดำเนินคดีกับวัด หน่วยงานตามกฎหมายที่มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่เขาช่องกระจกไม่จำเป็นต้องแจ้งให้สำนักงาน พศ.จ.ทราบล่วงหน้า และล่าสุด ได้รายงานข้อเท็จจริงให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบ กรณีการตัดศรีมหาโพธิ์วัดธรรมิการามไม่ได้แจ้งให้ พศ.จ.ทราบล่วงหน้า
ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดอ้างความรับผิดชอบตามกฎหมายบนเขาช่องกระจก ดังนั้นคณะกรรมการจะต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังหลายปีที่ผ่านมา กรณีการใช้งบพัฒนาจังหวัด งบจากกรมโยธาธิการรวมกว่า 50 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงปรุงภูมิทัศน์รอบเขาช่องกระจกและในพื้นที่บนยอดเขาว่า ขอใช้พื้นที่จากหน่วยงานใด และต้องสอบถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด(ทส.จ.) และกรมป่าไม้ ว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 หรือไม่ และได้อนุญาตให้หน่วยงานใดทำสิ่งปลูกสร้างยอดเขาช่องกระจก
ด้านนางสาวอังคณา พิมพ์สุวรรณ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.อ่าวน้อย อ.เมือง กล่าวว่า ในฐานะประธานรุ่น JICA ปี 2559 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดได้รับทราบปัญหาต้นศรีมหาโพธิ์มีสภาพทรุดโทรม จากการแจ้งครั้งแรกตั้งแต่การจัดกิจกรรมทาสีเหลืองบนเขาช่องกระจกในเดือนตุลาคม 2560 โดยระบุว่ามีการนำน้ำทาสีเททิ้งรดต้นไม้ จากนั้นขอให้ผู้อำนาจออกคำสั่งดำเนินการก่อนต้นศรีมหาโพธิ์จะได้รับผลกระทบแต่กลับนิ่งเฉย ทั้งที่ต้นไม้ทรงปลูกอยู่บนยอดเขาช่องกระจกตรงข้ามศาลากลางจังหวัด
“สำหรับกรณีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ใช้อำนาจแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบ โดยเฉพาะการเร่งรีบตรวจสอบบุคคลที่ตัดโค่น รวมทั้งการใช้พื้นที่บนเขาช่องกระจก ผู้เกี่ยวข้องอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม มีปัญหาลูบหน้าปะจมูก ขอเสนอให้แต่งตั้งตัวแทนจากองค์กรอิสระเข้าไปตรวจสอบแทนการทำหน้าที่ของฝ่ายปกครอง เนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด จึงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ” น.ส.อังคณา กล่าว

