หน้าแรก ภูมิภาค ศรีสุวรรณจี้ม...

ศรีสุวรรณจี้มหาเถรฯปลดเจ้าอาวาสตัดต้นศรีมหาโพธิ์ทรงปลูก กระทบจิตใจคนไทยทั้งประเทศ

2.09.18 | 10:48 น.

จากกรณีต้นศรีมหาโพธิ์อายุ 60 ปี บริเวณจุดชมวิวด้านทิศตะวันออกด้านหลังป้ายแสดงประวัติที่มีพระนามาภิไธยย่อ ภปร.และ สก. บนเขาช่องกระจก ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถูกตัดโค่นถอนรากถอนโคน สำหรับต้นพระศรีมหาโพธิ์ดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในสถูปเจดีย์ด้านทิศเหนือ และทรงปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาช่องกระจก วันที่ 12 มิถุนายน 2501

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ขอเรียกร้องให้เจ้าคณะภาคเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาปลดพระราชสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ฝ่ายธรรมยุติ เจ้าอาวาสวัดธรรมมิการามวรวิหารพระอารามหลวง เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ให้พระสงฆ์ทั่วประเทศกระทำการในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากต้นศรีมหาโพธิ์ทรงปลูกถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประจวบคีรีขันธ์และคนไทยทั้งประเทศ หลังจากที่ผ่านมาเจ้าอาวาสใช้อำนาจโดยพละการสั่งการให้มีการตัดโค่นต้นศรีมหาโพธิ์ทรงปลูกในเขตอภัยทาน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561 โดยไม่แจ้งให้หน่วยงานใดทราบ และ วัดไม่ได้ยื่นขอใช้ประโยชน์จากที่ดินบนเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ 2484

“ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อขอให้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย เนื่องจากพบว่ามีการแผ้วถาง ทำลายต้นไม้ หากไม่ดำเนินการเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปที่ถูกลงโทษในกรณีเดียวกัน ถือว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และปัญหาจากการตัดศรีมหาโพธิ์ขอให้เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันชี้แจงว่าเบื้องต้นจะแสดงความรับผิดชอบกับความรู้สึกของประชาชนอย่างไร นอกเหนือจากการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ”นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายกสมาคมฯ กล่าวอีกว่า ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นบนยอดเขาช่องกระจกที่มีการใช้งบประมาณอย่างต่อเนื่องมากกว่า 50 ล้านบาทยื่นร้อง ปปช.เพื่อให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณย้อนหลังว่าหน่วยงานในระดับจังหวัดได้ยื่นขอใช้พื้นที่จากหน่วยงานใด เนื่องจากเมื่อปี 2548 นายกิตติพงษ์ สุนานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในขณะนั้นได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมที่ อบจ. ประจวบคีรีขันธ์เพื่อรับฟังความเห็นกรณีการก่อสร้างบันไดเลื่อนขั้นเขาช่องกระจก จากนั้นได้แจ้งให้เจ้าอาวาสยุติการก่อสร้างทุกประเภทบนยอดเขาซึ่งอาจจะกระทบกับโครงสร้างของภูเขาหินปูน และล่าสุดพบว่าสำนักงานโยธาธิการจังหวัดใช้งบประมาณ 16.9 ล้านบาท ปรับปรุงภูมิทัศน์บนยอดเขาช่องกระจก โดยไม่ขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และการก่อสร้างมีผลกระทบกับต้นศรีมหาโพธิ์อย่างชัดเจน

“นอกจากนั้นสมาคมฯจะร้องเรียนถึงมหาเถรสมาคมให้ตรวจสอบ กรณีเจ้าอาวาสใช้เงินวัด 15 ล้านบาท ซื้อที่ดิน 150 ไร่ที่บ้านหนองกุ่ม ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยเจ้าอาวาสยอมรับว่าใส่ชื่อตนเองเป็นผู้ครอบครองเอกสารสิทธิ์แทนชื่อวัดและไม่มีไวยาวัจกรเป็นผู้ดำเนินการ เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นที่ดินธรณีสงฆ์เพราะการโอนมีความยุ่งยาก เนื่องจากเดิมวัดมีจุดประสงค์จะมอบที่ดินดังกล่าวให้กรมราชทัณฑ์ก่อสร้างเรือนจำแห่งใหม่ โดยแลกเปลี่ยนกับที่ดิน 46 ไร่ ของเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้านทิศตะวันตกของวัดธรรมิการาม แต่ที่ผ่านมากรมธนารักษ์ยืนยันว่าไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้เนื่องจากที่ดินมีมูลค่าต่างกัน ดังนั้นเจ้าอาวาสจึงควรแสดงเจตนาดีโอนที่ดินเป็นชื่อวัด เพื่อสละสิทธิ์ในการครอบครองซึ่งอาจเข้าข่ายผิดพระธรรมวินัย ” นายศรีสุวรรณ กล่าว

Advertisement