กังขาลงโทษหัวหน้าสวนป่าออป.สรอย ปล่อยให้ทำไม้เถื่อนในพื้นที่ลงโทษเพียงย้ายข้ามอำเภอ
ย้ายหัวหน้าสวนป่า ออป. สรอย พบร่วมคนท้องถิ่นตัดไม้นอกระบบ ปล่อยให้มีการทำไม้ในพื้นที่ ออป. นำรถหลวงไปใช้สวนตัวเครือข่ายทำไม้ หลายฝ่ายกังขาย้ายเท่านั้นหรือ สวนป่าเศรษฐกิจ (ออป.)จังหวัดแพร่ มีมากกว่า 20,000 ไร่ พบเกลือเป็นหนอน โดยเฉพาะที่สวนป่าสรอย พบป่านับหมื่นไร่ล่อยหลอถูกลอบตัดแปรรูปโดยผู้นำหมู่บ้านสมคบเจ้าหน้าที่ ผลสอบหัวหน้าสวนป่า…มีเอี่ยว ลงโทษเพียงสั่งย้ายข้ามอำเภอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิบูลย์ เจริญชัย หัวหน้าสวนป่าสรอย ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ถูกต้นสังกัดสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าสวนป่าแม่แฮด ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการลักลอบตัดไม้ในเขตสวนป่าสรอย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จังหวัดแพร่ พบว่าหัวหน้าสวนป่าปล่อยให้ลักลอบขโมยไม้สักสวนป่า และ แปรรูปไม้ในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามหนังสือร้องเรียนและสื่อมวลชนนำเสนอไปอย่างต่อเนื่อง และการนำรถยนต์กระบะโตโยต้าสีขาวทะเบียน ษพ 3140 แพร่ เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ รถยนต์ราชการของหน่วยงานไปให้กับ พ่อค้าไม้เถื่อน ในคราบของลูกจ้างชั่วคราว สำนักงาน ออป.สรอย ใช้ นายภูษิต มหานพ ผอ.สำนักบริหารทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 แพร่-น่าน จึงมีคำสั่งดังกล่าวถึงหัวหน้า ออป.แพร่ ให้ดำเนินการลงโทษหัวหน้าสวนป่าสรอย ทั้งคดีอาญาและทางวินัย ดังกล่าว ในขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 พบว่า คำสั่งดังกล่าวถูกดำเนินการแบบช่วยเหลือกันโดยมีการสั่งย้ายภายในจังหวัดแพร่ และไม่มีการดำเนินการลงโทษทางวินัยแต่อย่างใด
การทุจริตในสวนป่า ออป.สรอย จังหวัดแพร่นั้นสร้างความเสียหายให้กับผลประโยชน์ที่จะเข้าสู่รัฐอย่างมหาศาล จากแปลงสัมปทานตัดไม้และภาษีอากรที่จะได้จากการตัดไม้ตามระบบที่ถูกต้อง แต่กลับมีการสมคบกันระหว่างกลุ่มทุนไม้เถื่อนในท้องที่กับข้าราชการผู้รับผิดชอบ ทำให้สวนป่าเศรษฐกิจขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)มากกว่า 20,000 ไร่ มีแปลงปลูกเพื่อตัดจำหน่ายทยอยได้กว่า 30 แปลงทั้งจังหวัดต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พบว่า สวนป่าในหลายแห่งของจังหวัดแพร่ มีการลักลอบตัดไม้นอกระบบ ออป. โดยเฉพาะที่สวนป่าสรอย ที่ทำการตั้งอยู่ในหมู่ 14 บ้านสวนป่าสรอย ตำบลแม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีแนวเขตสวนป่าอยู่ใน ต.แม่พุง ต.สรอย ต.วังชิ้น เป็นโครงการที่ 2 สัมปทานป่าไม้ในประเภทป่าบก มีพื้นที่อยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สรอย ปลูกสร้างสวนป่ามาตั้งแต่ปี 2521 แบ่งออกเป็นแปลงย่อยๆ จำนวน 10 แปลงมีแนวเขตสัมปทานปลูกไปแล้วกว่า 10,000 ไร่ พื้นที่ที่มีรายได้ทางเศรษฐกิจมากถึง 8,799 ไร่ พื้นที่เหล่านี้ ชาวบ้านใน ต.แม่พุง ยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ ในวันที่ 23 มีนาคม 2561ที่ผ่านมา ให้มีการตรวจสอบการทำไม้นอกระบบ ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้และภาษีอากรจำนวนมหาศาล ซึ่งนำไปสู่สภาวะขาดทุนขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การตัดไม้สักสวนป่าสรอยในรูปแบบไม้เถื่อนโดยเจ้าหน้าที่ร่วมมือหรือรู้เห็นหรือรับผลประโยชน์ร่วมกับข้าราชการบางหน่วยในอำเภอวังชิ้น ทำการตัดไม้นำไปรวมหมอน เป็นพื้นที่วางไม้ซุงเถื่อนทางผืนป่าฝั่งตะวันตก และตัดมากในแนวเขตริมแม่น้ำยมจนสภาพสวนป่าเสื่อมโทรมลง วิธีการอำพลางตอไม้สักที่ตัดคือการเผาป่าให้ตอเป็นสีดำก็ไม่รู้แล้วว่าตอตัดใหม่หรือตอเก่า จุดรวมหมอนไม้เถื่อนอยู่บริเวณ ต.วังชิ้น มีทางเข้าตรงบริเวณบ้านใหม่ ต.วังชิ้น หมอนไม้ดังกล่าวมียามเฝ้าต้นทางที่ปากทางเข้า โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นยาม ก่อนหน้านี้มีการตัดไม้โดยเจ้าหน้าที่ ออป.ในบริเวณแนวพื้นที่ว่างเปล่าของบ้านปางมะโอ หมู่ 12 ต.แม่พุง อ.วังชิ้น นอกเขตป่าสงวน ซึ่ง ออป.ปลูกไม้สักลุกล้ำพื้นที่ทำกินของชาวบ้านปางมะโอ การตัดไม้บริเวณนี้กว่า 30 ต้น ไม่มีการตีตราตัด หรือตีตราชักลากแต่อย่างใด ชาวบ้านในตำบลแม่พุงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบการลักลอบตัดไม้สวนป่านอกระบบดังกล่าวเพราะเป็นเรื่องทุจริตและทำลายสิ่งแวดล้อมโดยคนของรัฐ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายวิบูลย์ เจริญชัย หัวหน้างานสวนป่าแม่สรอย ที่สำนักงานสวนป่าแม่สรอย แต่นายวิบูลย์ ได้แจ้งกับพนักงานในสำนักงานว่า ยังไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลชัดเจน

ทางด้านนายสกุลไชย จูมทอง นายอำเภอวังชิ้น กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทางราชการไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังได้รับหนังสือร้องเรียนจะเข้าตรวจสอบเพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นสาเหตุที่มีการเผาสวนป่าเป็นประจำทำให้เกิดหมอกควันจนจังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีปัญหาหมอกควันรุนแรง ที่ผ่านมาตนได้สั่งการให้มีการตรวจสอบการขออนุญาตตัดครั้งละนับ 1,000 ต้น แต่ไม่มีระบบตรวจสอบอย่างจริงจัง การให้ใบอนุญาตก็อาจนำไปสู่การสวมตอก็เป็นได้ ทางที่ดีที่สุดประชาชนควรให้ความสำคัญและช่วยกันดูแล ซึ่งถ้ามีการตัดไม้อย่างถูกต้อง รายได้จะเข้ารัฐทั้งผลกำไรและภาษีอากร ซึ่งท้องถิ่นได้ภาษีไปพัฒนาด้วย ในเรื่องนี้คงต้องตั้งกรรมการเข้าตรวจสอบไปแล้วก็พบว่ามีมูลความจริงได้เสนอให้มีการแก้ปัญหาไปแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าข้าราชการระดับปลัดอำเภอวังชิ้นเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่ามีหรือไม่ถ้ามีก็จะเสนอลงโทษเช่นกัน นายอำเภอวังชิ้นกล่าว

