เมื่อวันที่ 2 กันยายน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู โดยลงพื้นที่ ที่บ้านคลองเจริญ ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณคูหา จากนั้นได้เดินทางไปยัง เรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม” ที่มีบทบาทหน้าที่ติดตาม ควบคุมผู้ต้องขังอย่างมีประสิทธิภาพ และ พัฒนาอาชีพโดยอบรมแก้ไขฟื้นฟูจิตใจให้กับผู้ต้องขังกลับตัวเป็นพลเมืองที่ดี มีความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งในการคืนคนดีสู่สังคมนั้น ทางเรือนจำหนองบัวลำภู ได้มีการนำพระสงฆ์อบรมขัดเกลาจิตใจด้วยโครงการสัคคาสมาธิ ซึ่งเป็นสมาธิอันนำไปสู่สวรรค์ โดยในปัจจุบันมีผู้ต้องขังผ่านการอบรมแล้ว 8 รุ่น จำนวน 2,218คน คิดเป็นร้อยละ 98 ของผู้ต้องขังทั้งหมด
นอกจากนั้นทางเรือนจำหนองบัวลำภู ยังได้ทำ โครงการนำคุกเข้าวัดร่วมกับวัดพัชรกิตติยาภาราม บ้านห้วยเตย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ร่วมกับ พระราชวชิรธาดา เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภูและพระสงฆ์ของวัดพัชรกิตติยาภาราม ให้พระสงฆ์ได้ช่วยขัดเกลาจิตใจ จัดทำโครงการเรือนจำวิถีธรรม โครงการสารพัดช่างกำแพงสูง โครงการสร้างโบสถ์ไถ่บาป โครงการนำผู้ต้องขังบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และโครงการแหล่งพักพิง หลังพ้นโทษ ลักษณะเป็นหมู่บ้านกึ่งวิถี สำหรับผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วไม่สามารถใช้ชีวิในสังคมได้ ก็สามารถกลับมาอยู่ที่วัดได้
ส่วนโครงการอาชีพ ได้มีการฝึกอาชีพปั้นหุ่นด้วยขี้เลื่อย การฝึกวิชาชีพดอกไม้ประดิษฐ์จากขวดพลาสติก การฝึกวิชาชีพทำไม้กวาดพลาสติก การฝึกวิชาชีพช่างไม้เครื่องเรือน กิจกรรมเหล่านี้ ทางเรือนจำได้นำมาฝึกเป็นทักษะอาชีพให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำเพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ ซึ่งลงทุนน้อย คู่แข่งทางการค้าก็น้อย เหมาะที่ทางผู้ต้องขังจะนำไปเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองได้ภายหลังการพ้นโทษ หลังจากที่ทางเรือนจำได้นำเสนอโครงการคืนคนดีสู่สังคม ให้กับทาง รองนายกรัฐมนตรีได้ฟังแล้ว รองนายกรัฐมนตรี มีความสนใจกับโครงการนี้ โดยได้ให้ทางเรือนจำได้จัดทำผลงานและกิจกรรมส่งไปให้ดูอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนผลจากตัวชี้วัด KPI ของเรือนจำประจำเดือนสิงหาคม 2561 มีรายได้ ถึง206,190 บาท/เดือน และสามารถ ปันผลเงินรางวัลเฉลี่ยของผู้ต้องขังที่ได้รับการฝึกอาชีพและการทำงานของผู้ต้องขังได้คนละ 120 บาท/คน/เดือน ได้มากถึง 206,190 บาท/เดือน ซึ่งสามารถปันผลเงินรางวัลเฉลี่ยของผู้ต้องขังที่ได้รับการฝึกอาชีพและการทำงานของผู้ต้องขังได้คนละ 120 บาท/คน/เดือน รวมไปถึงมูลค่าเงินสดวัสดุการสนับสนุนต่อเรือนจำที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเอกชนประชาชน รายได้ประมาน 29,175 บาท เจ้าหน้าที่ 81 คน
นอกจากนี้ยังมอบเงินให้อดีตผู้ต้องขัง เพื่อนำไปประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ พร้อมทั้งยังเป็นสักขีพยานในการเซ็นสัญญาข้อตกลง MOU ระหว่าง บริษัทไร่เอราวัณจำกัด กับเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู ในการผลิตต้นกล้าต้นพันธุ์ดีจำนวน 2 ล้านต้น พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการดำเนินงานโครงการคืนคนดีสู่สังคม บริเวณห้องเยี่ยมเรือนจำ
ทางด้าน นายไพฑูรย์ วิเศษศิริ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่าโครงการนำคุกเข้าวัดเพื่อคืนคนดีให้สังคม เป็นโครงการนำร่องของวัดพัชรกิตติยาภาวราราม เพื่อสร้างสิ่งที่ดีให้สังคม ถ้าโครงการนี้ดีก็อาจจะมีการนำนโยบายขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งผู้ต้องขังมีความตั้งใจในการปฏิบัติธรรม เพื่อสร้างบุญไถ่บาป มีหลายๆคนที่ปฏิบัติแล้วประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีโครงการนำผู้ต้องขังไปทำประโยชน์ให้กับชุมชน เช่นช่วยทำนาให้กับครอบครัวที่ลูกหลานไปทำงานในกรุงเทพฯ เหลือตา ยาย หรือพ่อ แม่ ทำให้ขาดแรงงาน ช่วยทำความสะอาดในชุมชน สร้างบ้านให้คนพิการหรือด้อยโอกาส ผู้ต้องขังไม่ใช่จะเป็นคนโหดร้ายเสมอไป เมื่อกลับตัวเป็นคนดีสังคมควรจะให้โอกาส โดยเฉพาะครอบครัวต้องเปิดใจยอมรับเพื่อที่เขาจะได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว ไม่ขาดที่พึ่งทางใจ โอกาสในการกลับตัวก็มีมากยิ่งขี้น
จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีได้ ตรวจติดตามการดำเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลโนนทัน องค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู

