จากกรณีต้นศรีมหาโพธิ์อายุ 60 ปี บริเวณจุดชมวิวด้านทิศตะวันออกด้านหลังป้ายแสดงประวัติที่มีพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และ สก. บนเขาช่องกระจก ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถูกตัดโค่นถอนรากถอนโคน สำหรับต้นศรีมหาโพธิ์ดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในสถูปเจดีย์ด้านทิศเหนือ และทรงปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาช่องกระจก วันที่ 12 มิถุนายน 2501
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 3 กันยายน นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีต้นศรีมหาโพธิ์ทรงปลูกถูกตัดโค่น ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดโดยมีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยปลัดจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศ.จ.) ตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.จ.) เจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัด เพื่อหาหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่บริเวณเขาช่องกระจกและแนวทางการดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วน ภายหลังวัดธรรมิการามระบุว่า ที่ผ่านมาไม่มีหนังสือขอใช้ประโยชน์จากการส่วนราชการใดและคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีวัดธรรมิการามเริ่มใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภูเขาตั้งแต่เมื่อใด นอกจากนั้นคณะกรรมการจะต้องหาข้อสรุปกรณีหน่วยงานในจังหวัดใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 70 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์บนเขาช่องกระจกมีการขออนุญาตใช้พื้นที่ถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ขณะการประชุมเจ้าหน้าที่ได้ปิดล็อกประตูห้อง ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมทั้งสื่อมวลชนที่ติดตามความคืบหน้าเข้ารับฟังการประชุมดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
ต่อมาเวลา 18.00 น. วันเดียวกันเจ้าหน้าที่หน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัดชี้แจงกับสื่อมวลชน ขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะประชุมเสร็จสิ้นเมื่อใด ส่วนการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนต้องรอประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปรายงานเสนอให้ผู้ว่าฯรับทราบก่อน และไม่ยืนยันว่าเร็วๆ นี้จะมีการแถลงข่าวหรือไม่ หลังเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมาผู้ว่าฯทำหนังสือกราบบังคมทูลถึงสำนักพระราชวังเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ และสั่งให้สอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 48 ชม. แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในการปฏิบัติตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าฯประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในฐานที่กำกับดูแล 2 หน่วยงานประกอบด้วย พศ.จ. และ ทส.จ. ยืนยันว่าสำนักพุทธฯยังไม่รายงานการขอใช้ประโยชน์บนเขาช่องกระจก ขณะที่ก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้ ทส.จ.ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ภูเขา นำหลักฐานการขอใช้พื้นที่บนเขาช่องกระจกเพื่อชี้แจงรายละเอียด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

