เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 กันยายน ที่หอประชุมอนุสรณ์ 70 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการการศึกษาผลกระทบทางสังคมจากการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพ-หนองคาย โดยมีผู้แทนส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้นำชุมชน นักศึกษาและประชาชน กว่า 500 คน รับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่องนโยบายและทิศทางการพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งจาก พลโทจเรศักดิ์ อานุภาพ สมาชิกสภานิติบัณฑิตแห่งชาติในฐานะประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมและการชี้แจงการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงจากนายธนพล จรัลวณิชวงศ์ ผู้แทนสำนักงานโครงการพัฒนาระบบราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และนายเจษฎา นาวาสิทธิ์ ที่ปรึกษาการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จากนั้นเปิดเวทีเสวนาซักถามและรับฟังข้อเสนอแนะรวมทั้งตอบข้อซักถาม
พล.ท จเรศักดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการขนส่ง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ดำเนินโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในระยะยาวสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ 2560-2579) และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค เพื่อสร้างศักยภาพและโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว โดยเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนตามนโยบายด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งให้การสนับสนุนการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบเส้นทางรวมทั้งกระจายความเจริญอย่างทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ำ
นายธนพล ผู้แทน สนข. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานทางรถไฟระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน สายกรุงเทพ-หนองคาย ระยะทาง 837 กิโลเมตร เป็นการเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐ ประชาชนจีน โดยจีนออกแบบรายละเอียดและควบคุมการก่อสร้าง แต่การดำเนินโครงการอาจส่งผลกระทบเชิงบวกและลบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตามเส้นทางรถไฟวิ่งผ่าน จึงได้การศึกษาวิจัยผลกระทบใน 5 ประเด็นหลัก คือ 1.สถานภาพปัจจุบัน (Existing Condition) ของพื้นที่ที่รถไฟวิ่งผ่าน และบริเวณโดยรอบสถานี 2.ผลกระทบด้านการก่อสร้างและบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 3.ผลกระทบด้านการค้าการลงทุน 4.ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและบริการและ 5.ผลกระทบด้านการเคลื่อนย้ายประชากร โดยลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งการสอบถาม,สัมภาษณ์,จัดกิจกรรมสนทนากลุ่มและการจัดเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็น เพื่อประมวลผลข้อมูลในภาพรวมพร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายนำใช้ประโยชน์ในการวางแผนและจัดเตรียมมาตรการรับรองผลกระทบที่เกิดขึ้นในอนาคต
นายเจษฎา ที่ปรึกษา รฟท. กล่าวถึงรายละเอียดโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงที่ 1 กรุงเทพ-นครราชสีมา ว่า มีสถานีรถไฟ 6 แห่ง ได้แก่ สถานีบางซื่อ สถานีดอนเมือง สถานีอยุธยา สถานีสระบุรี สถานีปากช่องและสถานีนครราชสีมา โดยเป็นทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร ก่อสร้างเป็นทางยกระดับ 190 กิโลเมตร ความสูงจากพื้นดิน 7-22 เมตรและทางระดับพื้น 54.5 กิโลเมตร อุโมงค์ยาว 7.8 กิโลเมตร จำนวน 2 แห่ง คือ บริเวณมวกเหล็ก จ.สระบุรี และบริเวณลำตะคอง จ.นครราชสีมา รวมระยะทางทั้งสิ้น 252.3 กิโลเมตร ใช้รถไฟความเร็วสูงของจีน ทำความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพถึงนครราชสีมา ประมาณ 1.30 ชั่วโมง ช่วงเวลาให้บริการ 06.00-22.00 น. ออกเดินทางทุก 90 นาที อัตราค่าโดยสารเริ่มต้น107 บาท สูงสุด 534 บาท เฉลี่ยค่าโดยสาร 80 บาท บวก 1.8 บาทต่อกิโลเมตร งบประมาณ 179,000 ล้านบาท ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีเปิดโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะช่วงที่ 1 ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ที่สถานีรถไฟมอหลักหิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงระยะ 3.5 กิโลเมตร พร้อมจะเปิดให้บริการช่วงที่ 1 ในปี 2566 จากนั้นจะขยายต่อช่วงที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย เพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคอาเซียนต่อไป
ด้านนางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครชัยบุรินทร์) กล่าวว่า อานิสงส์ของโครงการ ฯ ในอนาคตประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล เช่น ลดความแออัดบนถนนมิตรภาพ โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา ซึ่งถือเป็นประตูสู่อีสาน มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ช่วยให้ย่นระยะเวลาการเดินทางให้สะดวกรวดเร็วขึ้น ไม่เสียโอกาสในการทำธุรกรรมด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม

