หน้าแรก ภูมิภาค 2 เขื่อนใหญ่เ...

2 เขื่อนใหญ่เมืองกาญจน์เร่งพร่องน้ำต่อเนื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด

6.09.18 | 20:19 น.

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.61 นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อน 8,442 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 95% มากกว่าเกณฑ์ควบคุม (URC) 2.14 ม. โดยวานนี้ (5 ก.ย.61) มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ 92.82 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 153.89 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากวันที่ 4 กันยายน 2651 (153.80 ม.รทก.) 0.09 ม.รทก. และได้มีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 57.85 ล้านลูกบาศก์เมตร (รวมระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ 15.99 ล้าน ลบ.ม.แล้ว) ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 418 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 4.7% สำหรับการปรับเพิ่มการระบายน้ำเฉลี่ยเป็น 58 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และผ่านทางน้ำล้น (Spillway) วันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร) วันนี้เข้าสู่วันที่สาม และจะระบายต่อไปจนถึงวันที่ 10 กันยายน 2561 ซึ่งปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มขึ้นยังไม่เกินความจุของลำน้ำแควน้อยบริเวณ อำเภอทองผาภูมิ และ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แต่อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำบางแห่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 50 ซม.

ด้าน นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 176.27เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) เป็นปริมาณน้ำ 16,223 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 91.42 % โดยวันนี้มีแผนการระบายน้ำ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยวานนี้ (5 ก.ย.61) มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 45.34 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 176.25 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากวันที่ 4 กันยายน 2561 (176.20 ม.รทก.) 5 เซนติเมตร และได้มีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 26.50 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 1,529.93 ล้านลูกบาศก์เมตร (8.62%) โดยในวันพรุ่งนี้จะเริ่มปรับแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาอีกวันละ 6 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันแรก ไปจนถึง 13 กันยายน 2561 โดยปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มขึ้นยังไม่เกินความจุของลำน้ำแควใหญ่ บริเวณบ้านหนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี แต่อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 35 เซนติเมตร โดยการระบายน้ำจากเขื่อนจะคำนึงถึงผลกระทบด้านท้ายน้ำเป็นสำคัญ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี ซึ่งฝนที่กลับมาตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ อ.สังขละบุรี ช่วงนี้ ส่งผลให้ชาวบ้านและเด็กเริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคไข้หวัด ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 บ้านหลังเขา และ หมู่ 2 บ้านวังกะ ต.หนองลู ส่วนหนึ่งที่บ้านถูกน้ำท่วมต้องลงไปอาศัยในบ้านแพชั่วคราว ขณะที่เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหลังเขาถูกน้ำท่วม ทำให้การเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสังขละบุรี ค่อนข้างลำบาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสังขละบุรี พร้อมด้วยพยาบาลโรงพยาบาลสังขละบุรี ได้ลงเรือเดินทางไปแจกจ่ายยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้น้ำกัดเท้า ยากันยุง ให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงดำให้ไว้ใส่ขยะให้ใช้ในครัวเรือน หลังจากพบว่า บริเวณรอบๆ บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม มีขยะลอยในน้ำเป็นจำนวนมาก หวั่นจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค โดยจะประสานงานไปยังเทศบาลตำบลวังกะ เพื่อเข้ามาจัดเก็บขยะในน้ำ และจะลงพื้นที่เพื่อตรวจคุณภาพน้ำอีกครั้ง

ส่วนที่บริเวณสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ระดับน้ำยังคงทรงตัว โดยอีกประมาณ 2 เมตร ผิวน้ำจะแตะพื้นไม้ทางเดินบนสะพานมอญ อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวันอย่างช้าๆ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสถานท่องเที่ยว

ขณะที่สถานีวัดระดับน้ำในลำน้ำแควน้อย พบว่า ที่สถานี K.10 บ้านลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่ง ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 9.69 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง -0.61 เมตร ส่วนสถานีวัดระดับน้ำในลำน้ำแควใหญ่ ที่สถานี K.35 A บ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 4.82 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง -0.68 เมตร ซึ่งโดยภาพรวมทั้งแควน้อยและแควใหญ่ปริมาณน้ำที่ทั้ง 2 เขื่อนระบายเพิ่ม ยังไม่ล้นตลิ่งแต่อย่างใด แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

Advertisement