เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 8 กันยายน ร.ต.อ ปัญญา โยวะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุ คนถูกฆ่าหมกบ้านเลขที่ 13 หมู่ 5 บ้านหนองสวรรค์ ต.เชียงพิณ จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ธีระพงศ์ องอาจ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี แพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งเสริมธรรม รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านยกพื้นสูง มีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง โชยไปทั่วบริเวณบ้าน ที่ห้องนอนชั้นล่างพบศพนายจิระศักดิ์ พาพิจิตร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 5 ต.เชียงพิณ อ.เมืองอุดรธานี ห่อด้วยผ้าห่มนวมทับด้วยที่นอน เมื่อเปิดผ้าห่มออกพบไม่สวมเสื้อผ้า มีบาดแผลถูกฟันที่ท้ายทอย และแผ่นหลังรวม 10 แผล แพทย์ระบุเสียชีวิตมาประมาณ 4-5 วัน ตรวจที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบมีดอีโต้วางอยู่ในห้อง 2 เล่ม 1 เล่มมีคราบเลือดติด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนางเพ็ญ วงษ์สา อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน ว่า อาศัยอยู่กับลูกชาย ลูกสาว และหลาน ห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องลูกสาวชื่อ น.ส.วนิดา วงษ์สา อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนสติไม่ดีมีอาการทางประสาท หลอนมีคนมาตามทำร้าย จะนำมีดอีโต้ไปไว้ที่ห้องนอน โดยบอกว่าเอาไปไว้ป้องกันตัว และชอบหมกอยู่แต่ในห้องนอน แต่ถ้าอารมณ์ดีก็จะออกมาคุยกับแม่และพี่ชาย แต่ถ้ามีอาการทางประสาทกำเริบก็จะพูดบ่นอยู่ในห้องคนเดียว ไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่ใกล้ เพราะถือมีดอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเช้านี้ น.ส.วนิดา ได้ตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้แม่กิน เสร็จแล้วบอกว่าจะไปหางานทำ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป คิดว่าเดี๋ยวก็เดินกลับมาบ้าน แต่นายสุวิทย์ วงษ์สา อายุ 44 ปี ลูกชายบอกว่าได้กลิ่นเหม็นเน่ามา 2 วันแล้ว วันนี้มีกลิ่นแรงกว่าเดิม คงจะเป็นหนูตัวใหญ่ตายเน่าอยู่ในบ้าน เมื่อเดินดูพบกลิ่นออกมาจากห้องลูกสาว เมื่อเปิดออกดูพบศพเปลือยขึ้นอืด ห่อด้วยผ้าห่มทับด้วยที่นอนในห้อง ซึ่งผู้ตายก็เป็นญาติกันไม่มีภรรยา
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ตายอาจจะเข้ามาทำมิดีมิร้าย น.ส.วนิดา ซึ่งนอนอยู่ในห้องคนเดียว แต่ น.ส.วนิดา ซึ่งญาติบอกว่ามีอาการทางประสาท หวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย และมักนำมีดอีโต้มาเก็บไว้ใกล้ตัว เมื่อผู้ตายเข้ามาในห้อง จึงใช้มีอีโต้ฟันจนเสียชีวิต และได้ห่อศพด้วยผ้าห่มนวม นอนอยู่กับศพเกือบ 5 วัน กระทั่งศพส่งกลิ่นเน่าเหม็นจึงหนีไป ซึ่งไม่มีคนปกตินอนอยู่กับศพได้ จึงได้ให้ญาติช่วยกันออกตามหา หากมีอาการทางประสาทตามที่อ้าง ต้องให้แพทย์ตรวจสอบ หากปล่อยให้เร่ร่อน หรือหลบหนีอยู่ตามลำพัง เกรงว่าจะได้รับอันตราย หรือไปทำอันตรายคนอื่นอีก



