เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่บ้านเลขที่ 177 บ้านน้ำหรา หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ตรงข้ามกับศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านน้ำหรา หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีผู้ป่วยตัวแขนขาลีบ เดินและพูดไม่ได้มิหนำซ้ำดวงตาไม่สามารถมองเห็นได้ต้องนอนติดที่มานาน 7 ปี
เมื่อเดินทางไปถึงพบคุณยายจิต อินนุ่ม อายุ 81 ปี กำลังนั่งดูแลหลานชายวัย 19 ปี ชื่อน้องไนท์ หรือนายพรชัย ฉิมแก้ว โดยคุณยายจิตเล่าว่า ก่อนหน้านี้น้องไนท์เหมือนเด็กปกติทั่วไปวิ่งเล่น ไปโรงเรียนได้ตามปกติ ย้อนไปประมาณวัย 8 ขวบอยู่ ป.2 น้องได้ป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาและเกิดอุบัติเหตุหน้าคว่ำจมลงในคลองหมู่บ้านแต่ช่วยไว้ได้ทัน ส่งตัวรักษาในรพ.ใกล้บ้านก็ไม่มีอาการแต่อย่างใด กลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเด็กทั่วไป

หลังจากนั้นผ่านไป 3 ปี น้องขึ้นอยู่ชั้น ป.5 อายุประมาณ 11 ปี จู่ ๆน้องไนท์เริ่มมีอาการขาอ่อนแรง ขณะเดินทางไปโรงเรียนอาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้น้องไนท์ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อรักษาตัวเนื่องจากเดินไม่ได้ต้องนั่งกระเถิบไปที่ละนิดเป็นอยู่อย่างนี้มานาน ก่อนอาการจะลามไปที่แขนและทุกส่วนของร่างกายและมีอาการชักกระตุกทั้งตัวร่วมด้วย ทำให้น้องต้องนอนติดที่มานานร่วม 7 ปี
ทางแม่คือนางนิตยา อินนุ่ม อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี๋ยวหลังแยกทางกับสามี ก็พาลูกตระเวนหาหมอก่อนหน้านี้ทางโรงพยาบาลตรวจไม่พบสาเหตุของอาการ ก่อนส่งไปรพ.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ( มอ.หาดใหญ่) เพื่อรักษาแต่คุณหมอบอกเพียงว่ามีอาการคล้ายโรคสมองฝ่อ รักษาอยู่นานหลายปีอาการก็ไม่ดีขึ้นทำให้ทางตนผู้เป็นแม่ก็หมดกำลังใจที่จะรักษาลูกต่อ ก็คิดแค่เพียงว่าเป็นโรคเวรกรรมที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ อีกทั้งทางครอบครัวซึ่งตนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักก็มีสวนยางเพียงน้อยนิดไม่พอกินต้องเดินทางไปรับจ้างกรีดยางต่างจังหวัด ทำให้ต้องหยุดรักษาบุตรชาย เนื่องจากการเดินทางไปรักษาต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเยอะ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของน้อง และทุกคนในครอบครัว ซึ่งมีคุณยาย บุตรสาวที่เรียนพาณิชย์ก็ต้องหยุดเรียนเพื่อมาช่วยคุณยายดูแลน้องที่บ้าน

คุณยายจิต อินนุ่ม อายุ 81 ปี เล่าด้วยว่า น้องไนท์ก็เป็นเด็กซุกซนมีเดื้อบ้างตามวัย เมื่อมาเป็นแบบนี้ก็ต้องดูแลกันไป ก็ได้แค่หวังลึก ๆ ว่าหลานชายจะมีอาการดีขึ้นนั่ง เดิน และพูดได้แม้อาการจะไม่เต็มร้อยเหมือนคนปกติทั่วไป ก็อยากให้คนที่มีความรู้ความสามารถช่วยรักษาหลานของตนด้วย ทุกวันนี้คุณยายกับหลานสาว ต้องช่วยกันพยุงอาบน้ำ ป้อนข้าว เพราะคุณยายทำคนเดียวไม่ไหว ตนก็มีโรคเบาหวานความดันเป็นโรคประจำตัวด้วย บางครั้งสงสารหลานไม่อยากให้นอนนานเกรงจะมีโรคแทรกซ้อนหรือแผลกดทับ จึงโยงเชือกผูกกับผ้าขาวม้าพยุงตัวหลานให้ได้นั่งบ้างก็ทำกันได้เพียงแค่นี้ ตามสภาพครอบครัว ซึ่งยายเองไม่ได้หวังให้ใครมาช่วยเรื่องเงิน ซึ่งหลานก็มีเงินจากคนพิการเดือนละ 800 บาทและเงินผู้สูงอายุ เดือนละ 800 บาท แต่อยากให้ช่วยหลานไนท์ ได้มีอาการดีขึ้นเพราะตนและครอบครัวก็หมดหนทางแล้ว

นายวิชัย ศรีภักดี อายุ 51 ปี เพื่อนบ้านและขับรถรับส่งนักเรียน เล่าว่า น้องไนท์เป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการรถรับส่งนักเรียน น้องเป็นเด็กอัธยาศัยดี มีน้ำใจ และเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนด้วย มาวันนี้ตนก็รู้สึกหดหู่ใจมากเมื่อเห็นสภาพน้องมีอาการแย่ลง ก็อยากจะหาหนทางช่วยเหลือน้องและครอบครัวของน้องที่ลำบาก เพราะแม่น้องไนท์ต้องหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว เลี้ยงทั้ง 3 ชีวิตต้อง ไป ๆ มาๆ รับจ้างกรีดยางพาราในต่างจังหวัด หากมีหน่วยงานไหน หรือองค์กรใด หรือใครที่มีกำลังอยากจะช่วยเหลืออาการน้องได้ก็อยากให้ช่วยกันตามกำลังในฐานะเพื่อนมนุษย์
หลังมีเพื่อนบ้านบางคนโพสต์ในโซเซียล ก็มีธารน้ำใจบางส่วน ช่วยเหลือซื้อรถเข็น 1 คัน พร้อมผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อาหารและเงินบางส่วนไว้ซื้อของจำเป็นให้น้องไนท์ ซึ่งสามารถช่วยเหลือได้ผ่าน เลขบัญชี 919-0-41688-0 ธนาคาร กรุงไทย สาขาควนกาหลง ชื่อบัญชี นางจิต อินนุ่ม

