หน้าแรก ภูมิภาค ชื่นชม! ข้ารา...

ชื่นชม! ข้าราชการเจอเงินเกือบแสนส่งคืนเจ้าของ ไม่ยอมรับสินน้ำใจยันทำดีไม่หวังสิ่งตอบแทน

10.09.18 | 08:47 น.
นางสุดารัตน์ ( เสื้อสีเหลือง ) และ นางสาวชญาญ์พิมพ์ ( เสื้อน้ำเงิน )

วันที่ 10 ก.ย.61 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ จิตบวรศักดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.ทัพทัน ว่าเมื่อช่วงเย็น เวลา 18.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ได้มีพลเมืองดีพบเงินสดจำนวนหนึ่ง ภายในตู้รับฝากเงินและตู้ถอนเงินสดของธนาคารกสิกรไทย บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเจมาร์ท ในเขตเทศบาลตำบลทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี โดยผู้พบคือ น.ส.ชญาญ์พิมพ์ สวนหนองแวง อายุ 46 ปี นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาการชุมชนอำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี

โดย น.ส.ชญาญ์พิมพ์กล่าวว่า ได้พบเงินสดจำนวน 92,000 บาท ในตู้ ATM ดังกล่าว ขณะที่ตนเองกำลังจะนำเงินสดไปฝากที่ตู้ ATM โดยขณะที่กำลังทำรายการอยู่นั้น ช่องเปิดรับเงินได้เด้งออกมา และมีเงินสดอยู่ภายในนั้นจำนวนมาก เมื่อนับดูแล้วมียอดเงินถึง 92,000 บาท ตนจึงคิดว่าน่าจะเป็นของคนที่มาทำรายการก่อนตนเองไปก่อนหน้านี้ จึงได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ทัพทัน เพื่อมาลงบันทึกประจำวัน และมอบเงินไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลและตามหาเจ้าของ ซึ่งต่อมาทางพนักงานสอบสวนได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อดังกล่าว แต่ปรากฏว่ากล้องเสีย ซึ่งจะต้องรอการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งที่ตู้ ATM จากธนาคารกสิกร รวมทั้งประกาศตามหาเจ้าของ


น.ส.ชญาญ์พิมพ์ สวนหนองแวง อายุ 46 ปี นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาการชุมชนอำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ผู้พบเงินสดและนำส่งคืนเจ้าของ

โดยล่าสุดทราบว่าเจ้าของเงินคือ นางสุดารัตน์ มั่นคง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเจมาร์ท ได้ทราบข่าวเรื่องการเก็บเงินได้ดังกล่าว จึงได้ประสานติดต่อขอรับเงิน ซึ่งได้มีการตรวจสอบและทำการสอบสวนและสืบสวนแล้วสามารถบอกจำนวนเงินตรงกัน พร้อมกับมีหลักฐานสลิปเงินที่เจ้าของเงินไปเก็บเงินจากลูกน้องจากการขายของภายในร้านเจมาร์ท ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการส่งมอบเงินคืนกันระหว่างผู้ที่เก็บเงินได้และเจ้าของเงิน

โดยนางสุดารัตน์พยายามจะให้รางวัลเป็นสินน้ำใจ แต่ น.ส.ชญาญ์พิมพ์ นั้นไม่ยอมรับไว้พร้อมกับกล่าวว่า สิ่งที่ทำในครั้งนี้ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางผู้ร่วมเป็นสักขีพยาน และท่ามกลางความชื่นชมยินดี ซึ่งนางสุดารัตน์ยอมรับว่าเกิดจากความเผอเรอ และความไม่ถี่ถ้วน พร้อมกับความเร่งรีบ ความมึนงง ไม่ทันทำรายการให้เสร็จ และรับใบทำรายการเสียก่อน ถึงตอนนี้ตนเองก็ยังงงๆ อยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะนำเงินจำนวนดังกล่าวทำรายการนำเงินใส่ตู้และทำรายการไม่เสร็จและกลับไปทันที ซึ่งกว่าจะรู้ว่าเงินไม่เข้าในบัญชีจนดึกของวันที่นำเงินไปฝากประมาณเวลา 17.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2561

โดย น.ส.ชญาญ์พิมพ์ สวนหนองแวง ผู้ที่เก็บเงินได้ยังได้กล่าวอีกว่า การกระทำของตนในครั้งนี้ คิดว่าถ้าเราทำเงินหายอย่างนี้เราคงเสียดาย และเงินนี้ก็ไม่ใช่ของเรา เจ้าของคงเดือดร้อนจากการที่เงินของเขาสูญหาย ก็อยากได้คืน ตนจึงรีบนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ ส่วนเรื่องการทำความดีนั้น คิดว่าเป็นเรื่องปกติเมื่อเก็บเงินได้ และไม่ใช่ของเรา เงินจำนวนเกือบหนึ่งแสนเป็นจำนวนมากสำหรับคนไม่มี และหายาก สมควรที่เจ้าของเงินได้รับกลับคืน

Advertisement

ซึ่งทางด้านนายมนัส คันศร กำนันตำบลทัพทัน อำเภอทัพทัน ผู้ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ยังมีผู้มีจิตใจงาม มีศีลธรรม ที่ไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ฉวยโอกาสเอาเป็นของตัวเอง ต้องขอชื่นชมและสังคมควรเอาเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะคนที่เป็นราชการควรเป็นตัวอย่าง